เกษตรกรต้นแบบ
"อาญาสิทธิ์ เหล่าชัย เกษตรกรผู้ทำนาแบบมีอารยะ จนก่อเกิดอารยะฟาร์ม"
คุณอาญาสิทธิ์ เหล่าชัย  จ. ร้อยเอ็ด ปี 2561
พลังเล็ก ๆ หลายๆ พลัง พอมารวมกันมันก็จะกลายเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่

อาญาสิทธิ์ เหล่าชัย เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดปี 2561

"การให้ความเป็นครอบครัว การให้ความเคารพ การไว้วางใจ การออกแบบและมอบหมายงาน รวมถึงความรับผิดชอบ ตลอดจนการแบ่งปันผลประโยชน์อย่างเป็นธรรม เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะทำให้ความหลากหลายนั้นกลายเป็นหนึ่งได้" นี่คือสิ่งที่ อารยะฟาร์มยึดถือปฏิบัติกันมา

" อารยะฟาร์ม เกิดจากการหล่อหลอมของชุมชน
ด้วยบรรยากาศ ครอบครัว ความผูกพันธ์ การพึ่งพาอาศัย
ชนิดที่เรียกว่าขับเคลื่อนได้ด้วยชุมชน "


"อาญาสิทธิ์ เหล่าชัย" เติบโตมากับครอบครัวใหญ่ ที่พื้นเพเดิมของบรรพบุรุษเป็นเกษตรกร ทำนาปลูกข้าวที่เรียกได้ว่าเป็นทั้งอาชีพ และ วัฒนธรรมที่เกิดขึ้นในครอบครัว อาญาสิทธิ์ซึมซับความเป็นเกษตรกรมาตั้งแต่เด็ก ๆ มักจะตามติดตาและยายไปทุ่งนาอยู่เป็นประจำ ด้วยบรรยากาศ สังคมของคนในชุมชน ที่อยู่กันเหมือนครอบครัวความผูกพันธ์กับชุมชนจึงเป็นจุดเริ่มต้นให้อาญาสิทธิ์กลับคืนสู่บ้านเกิด เพราะมั่นใจว่าชุมชนคือตัวตน ชุมชนคือรากเหง้าของผู้ผลิตอาหาร ชุมชนทำให้เกิดความอบอุ่น และสร้างกระบวนการคิดอย่างเป็นขั้นเป็นตอน จนทำให้เขาเกิดความเข้าใจในชีวิตชุมชน และรู้สึกอยากจะสร้างกิจกรรมที่มีชีวิตให้มากกว่าการผลิตสินค้า...

สองปีเศษหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัว ทำให้มองเห็นจุดแข็งของคนในชุมชน และความพร้อมที่จะรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตข้าวให้ปลอดภัยได้อย่างแน่นอน เพราะทุกครอบครัวมีความเชี่ยวชาญเรื่องการปลูกข้าว เพียงแค่ต้องรู้ว่าจะผลิตข้าวให้เป็นอาหารที่ทรงคุณค่าต้องเริ่มยังไง คำว่า "ข้าวเป็นยา" จึงกลายเป็นจุดนำที่ทำให้เรามองว่า การผลิตนั้นจะต้องปลอดภัยในทุกขั้นตอน ผู้บริโภคกินแล้วต้องดีต่อสุขภาพ ชุมชนเราเป็นแรงงานที่มีคุณภาพที่มีการพัฒนา และมีความเข้าใจในกิจกรรมที่ทำอยู่ และเขาต้องได้รายได้ตอบแทนที่คุ้มค่า อาญาสิทธิ์เดินหน้าขอรับรองมาตรฐาน GMP ให้กับโรงสีข้าวของกลุ่ม จนผ่านการอนุมัติ ทำให้เกิดการยอมรับจากสมาชิกในกลุ่มมากขึ้น และยังสามารถที่จะสร้างมาตรฐานให้กับข้าวของกลุ่ม สร้างความมั่นใจให้กับลูกค้า ปัจจุบันพื้นที่สมาชิกรวมทั้งหมด 500 กว่าไร่ ข้าวจากอารยะฟาร์ม ถูกส่งให้กับครอบครัวคนเมืองได้บริโภคมากกว่า 100 ครอบครัว ทั้งหมดเกิดจากความร่วมมือร่วมใจ เกิดจากพลังหลาย ๆ พลังที่ร่วมกันสร้าง จนก่อให้เกิดพลังที่ยิ่งใหญ่ขึ้น

" ข้าว นอกจากจะเป็นอาหารแล้ว
ข้าวยังเป็นยาอีกด้วย ในคัมภีร์อายุรเวท ระบุเอาไว้ว่า
ข้าว 9 สายพันธุ์หุงรวมกันจะเป็นการ "เข้ายา"
ทำให้ข้าวกลายเป็นยาบำรุงร่างกาย "


"กิจกรรมทางการเกษตรของอารยะฟาร์มมีอะไรบ้าง"
อารยะฟาร์ม มีการอนุรักษ์ข้าวพันธุ์พื้นเมืองของลุ่มน้ำยังตอนล่าง เช่น ข้าวอีหนอนน้อย ข้าวขี้ตมใหญ่และข้าวเหลืองอ่อน เป็นต้น มีการปลูกข้าวและพืชสวนแบบอินทรีย์ รวมไปถึงพืชใช้สอยท้องถิ่นเป็นแนวกันชน เพื่อสร้างความหลากหลายในแปลง บนพื้นที่ 14 ไร่

" ดูแลทุกขั้นตอนการผลิต
และการผลิตนั้นจะต้องปลอดภัยในทุกขั้นตอน
ตอกย้ำความปลอดภัย ด้วยมาตรฐาน GMP "



"อารยะฟาร์ม มีผลิตภัณฑ์อะไรบ้าง"
ผลิตภัณฑ์ของอารยะฟาร์ม ประกอบไปด้วย ข้าวกล้องจากแปลงนาอินทรีย์ ได้แก่ ข้าวกล้องหอมมะลิ ข้าวกล้องเหนียวหอมดอกฮัง ข้าวกล้องมะลินิล ข้าวกล้องหลากหลายสายพันธุ์หรือข้าวกล้องสามสุข และยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่น ๆ อย่างเช่น แป้งข้าวหอมมะลิ แป้งข้าวมะลินิล แป้งข้าวเหนียว เส้นข้าวกล้องสด เป็นต้น

" ข้าวพื้นบ้านแต่ละสายพันธุ์ต่างมีคุณสมบัติพิเศษในตัว
โดดเด่นด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ และบำรุงร่างกาย
ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทั่วโลก
ส่วนหนึ่งถูกรวบรวมไว้ที่ "อารยะฟาร์ม"
ข้าว..เพื่อคนพิเศษสำหรับคุณ "


"การบริหารจัดการ ของ อารยะฟาร์ม"
ในพื้นที่เกษตร14 ไร่ ได้แบ่งเป็นแปลงปลูกข้าวเพื่อเมล็ดพันธุ์และการยกคันดินปลูกพืชสวน การจัดสวนไม้ยืนต้น การขุดบ่อบาดาล และทำแนวกันชนด้วยการปลูกต้นไม้เป็นแนวรั้ว และมีการนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่มาปรับใช้ในกระบวนการผลิต ข้าวอินทรีย์ของเราทุกแปลงจะเน้นการปรับปรุงบำรุงดินเป็นหัวใจสำคัญที่สุด โดยจะไถกลบตอซังข้าว และใช้น้ำหมักชีวภาพที่ผลิตเองในกลุ่มและใช้วัสดุและผลผลิตจากธรรมชาติ เช่น การทำปุ๋ยจากก้อนเห็ดเก่า การหมักปุ๋ยคอกกับแกลบ การใช้พันธุ์ข้าวให้เหมาะสมกับแปลงนา การใช้หลักการพยากรณ์ฤดูกาลเพื่อกำหนดช่วงการปลูกข้าว จะทำให้ความเสี่ยงน้อยลงด้วย

การเพิ่มผลผลิตแบ่งออก2ระดับคือ ระดับแปลงและระดับผลผลิตภัณฑ์ การเพิ่มผลผลิตคู่กับการรักษาคุณภาพของข้าวด้วยการใช้น้ำหมักชีวภาพฉีดพ่นและการจัดการวัชพืชด้วยการตัดต้นข้าวจะทำให้ลดการปนของเมล็ดหญ้า เรื่องผลิตภัณฑ์เราจะทำการสี คัดเลือกให้ได้คุณภาพตามข้อกำหนดและพัฒนาต่อยอดเป็นข้าวฮางงอก

"อารยะฟาร์ม" ไม่มีการใช้สารเคมีในทุกขั้นตอนการผลิตและสมาชิกทุกคนต้องเลิกใช้สารเคมี ทุกแปลงต้องปฏิบัติอย่างเข้าใจ มองเห็นผลเสียที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพตนเองและผู้อื่น การใช้แรงงานในแปลงนาต้องเป็นไปอย่างปลอดภัย ในเบื้องต้นการปลูกพืชสวนและไม้ผลเพื่อใช้ประโยชน์ในครอบครัวเพื่อการพึ่งตนเองด้านอาหาร วัฒนธรรมและเศรษฐกิจ การปลูกพืชแนวกันชนเป็นไม้ท้องถิ่นที่ให้ความร่มเย็น ให้อากาศ อุณหภูมิ ลดปัญหาโลกร้อนได้ในระดับหนึ่ง สมาชิกเราต้องสุขภาพดีทั้งกายและใจ

" ข้าวกล้องอินทรีย์อารยะฟาร์ม
ผลิตโดยชาวนา ผู้มีความมุ่งมั่นในการทำเกษตรธรรมชาติ
สืบทอดต่อเนื่องมายาวนานกว่า 28 ปี
และได้พยายามรวมกลุ่มกันเพื่อผลิตและแปรรูปกันเองภายในชุมชน "


"กลยุทธ์ทางการตลาดของอารยะฟาร์ม"
ข้าวอินทรีย์เป็นอาหารที่มากกว่าคำว่าสินค้า จึงมีความจำเป็นที่ต้องสื่อสารให้กับสังคมรับรู้ผ่านเอกลักษณ์เฉพาะที่แตกต่างจากกลุ่มสินค้าอื่น ข้าวอินทรีย์อารยะฟาร์มปลูกในลุ่มน้ำยัง จึงถูกสื่อสารทางตราสินค้าเป็น รูปลำน้ำยัง การรวมกลุ่มเพื่อเป็นวิสาหกิจชุมชน ที่มีเป้าหมายเดียวกันจากคนที่หลากหลาย จึงเกิดเป็นตราสินค้า ที่ว่า "อารยะฟาร์ม" เราต้องอารยะในกิจกรรมเกษตรไปตลอดคู่กับการเปลี่ยนแปลงโลกและต้องปรับตัวให้อยู่ได้อย่างสร้างสรรค์และชาญฉลาด

อารยะฟาร์มคำนวณจุดคุ้มทุนจากราคาต้นน้ำที่เป็นราคาประกันคุณภาพ บวกการจัดการที่ประณีต และใช้แรงงานที่เต็มเปลี่ยมด้วยพลังแห่งจิตวิญญาณนักอนุรักษ์ ซึ่งเป็นสมาชิกในวิสาหกิจฯเอง ราคาข้าวจึงเป็นราคามาตรฐานและเป็นจริง ข้าวกล้องสามสุข กิโลกรัมละ 80-100บาท เมื่อเพิ่มคุณค่าเป็นข้าวฮางงอก ราคา กิโลกรัมละ 100-150บาท การกำหนดราคาจึงเป็นที่พึงพอใจของลูกค้าเรา

สำหรับการส่งสินค้า มีการขนส่ง ทางบริษัทพัสดุภัณฑ์ไทย/ไปรษณีย์/บริษัทเอกชน/รถตู้/รถทัวร์และขนส่งเอง การกระจายสินค้าภายในเขตจังหวัด มีการวางและฝากขายในร้านโอท็อป/ศุนย์ชุมชน/และร้านค้าประชารัฐ และมีการประชาสัมพันธ์สินค้าผ่านการออกบูทแสดงสินค้า และผ่านสื่อโซเชียล เพื่อสร้างการรับรู้ และเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าได้อีกทางหนึ่ง และยังเข้าร่วมโครงการผูกปิ่นโตข้าวอีกด้วย

" อารยะฟาร์มได้รับการตรวจประเมินและการรับรองมาตรฐานต่างๆ
มาตฐานเกษตรอินทรีย์โดยกรมการข้าว
มาตฐานเกษตรอินทรีย์แบบมีส่วนร่วมโดยผูกปิ่นโตข้าว
ใบประกาศผลิตภัณฑ์โอทอประดับ 5 ดาว "


"แผนการพัฒนาต่อยอดในอนาคต"
ปัจจุบันอารยะฟาร์มมีความพร้อมทั้งคนลและเทคโนโลยีในระดับต้นน้ำที่พอเพียง แต่ความต่อเนื่องของธุรกิจข้าวอินทรีย์ ต้องเน้นการนำแผนธุรกิจมาใช้เป็นเครื่องมือพัฒนา ซึ่งในนิยามนี้จะเป็นจริงและเข้มแข็งได้ต้องมีการสนับสนุนอย่างต่อเนื่องทุกด้านได้แก่ เงินทุนดอกเบี้ยต่ำ และวิชาการฯลฯ

แผนต่อยอดคือการขยายผลการเกษตรอินทรีย์ให้มากขึ้นครอบคลุมทั้งเขตลุ่มน้ำยัง การผลิตผลิตภัณฑ์ด้านอาหารจากแป้งข้าวอินทรีย์และข้าวปลอดภัย ที่ให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างปลอดภัยเพียงพอ ทันกับเวลาความต้องการ การสร้างแผนงานด้านตลาดให้เหมาะสมกับผลิตภัณฑ์อนาคต

ข้อมูลการติดต่อ

นายอาญาสิทธิ์ เหล่าชัย
13 หมู่ 18 ต.วังหลวง อ.เสลภูมิ จ.ร้อยเอ็ด 45120

เรื่อง/ภาพโดย: อุษา ประสิทธิเวช ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ.2561
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
20-30°C
นครราชสีมา
22-33°C
ชลบุรี
24-31°C
นครศรีธรรมราช
24-27°C
ภูเก็ต
24-28°C
perdsorb
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×