เกษตรกรต้นแบบ
"นาริน พวงทอง กับงานพัฒนาสายพันธุ์เห็ดถั่งเช่า BH
เริ่มต้นแบบพอประมาณ สู่การขายเห็ดกิโลกรัมละ 70,000"
คุณนาริน พวงทอง  จ. สมุทรปราการ ปี 2560
เก่งแบบข้ามาคนเดียวหรือจะสู้เก่งแบบมีคนก้าวเดินไปเคียงข้างกัน
เพราะทุกๆ ความฝัน เมื่อก้าวขึ้นสู่ที่สูงแล้วจะยิ่งหนาว...และ...เหงา

นาริน พวงทอง เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2560

"เห็ดตังถั่งเช่า" หรือ ที่เรียกกันสั้นๆ ว่า "เห็ดถั่งเช่า" หรือ "หญ้าหนอน" เป็นข่าวดังอยู่ในประเทศไทยมานานหลายปี ด้วยมีสวรรพคุณโดดเด่นด้านการเสริมสมรรถภาพทางเพศ ช่วยลดน้ำตาลในเส้นเลือด เสริมภูมิคุ้มให้หัวใจ แก้ร่างกายอ่อนเพลีย ไอเรื้อรัง มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็ง และบำรุงไต มีราคาแพงยิ่งกว่าทองคำ ซื้อขายกันในราคาหลักแสนขึ้นไป เห็ดชนิดนี้เดิมทีเกิดและเติบโตตามธรรมชาติ จากการที่มีสปอร์ของเห็ดราชนิดหนึ่งขึ้นอาศัยอยู่ในตัวหนอนที่หากินอยู่ใต้ดิน และเติบโตออกมาเป็นดอกเห็ดเล็กๆ ที่มีความสูงเพียง 2 เซนติเมตรอยู่เหนือผิวดินเพื่อขึ้นมารับแสง ในแทบเทือกเขาหิมาลัยหรือที่มีอากาศหนาวเย็น พบมากในทิเบต มณฑลชิงไห่ มณฑลเสฉวน มณฑลกานซู มณฑลยูนนานและแถบเทือกเขาหิมาลัยในอินเดีย ภูฏานและเนปาล ด้วยราคาที่สูงและสรรพคุณประดุจยาอายุวัฒนะ จึงทำให้ชาวทิเบตยอมทิ้งบ้านช่องไปตั้งแค้มป์เก็บ"หญ้าหนอนหรือเห็ดถั่งเช่า"กันได้นานแรมเดือน เมื่อถึงฤดูกาลฝนแรกมาเยือน

เห็ดถั่งเช่าสีทอง"สายพันธุ์ BH" พัฒนาสายพันธุ์โดย "บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์"
ที่ให้สารอาหารสูงถึง 2,485 มิลลิกรัมต่อเห็ด 100 กรัม สูงเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ(วิเคราะห์โดยศูนย์ไบโอเทค)



สำหรับประเทศไทยถือว่าเป็นความโชคดีที่มีการพัฒนาสายพันธุ์เห็ดตังถั่งเช่าให้สามารถเพาะขยายพันธุ์ได้ในห้องเพาะเลี้ยง โดย ดร.อานนท์ เอื้อตระกูล จนได้มาเป็นพันธุ์ "เห็ดถั่งเช่าสีทอง" ที่มีการเพาะเลี้ยงกันอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน แต่หัวเชื้อพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทองที่บริสุทธ์คุณภาพดี มีสารอาหารสูงนั้นหาได้ยากยิ่ง จึงเป็นที่มาของการปรับปรุงพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทองให้มีความเสถียร เติบโตดี มีสารอาหารสูง ที่จะนำไปแปรรูปเป็นอาหารเสิรมบำรุงสุขภาพได้มาก โดย"บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์" ตั้งอยู่บ้านเลขที่ 118/8 หมู่ 4 ซอยร่วมพัฒนา ตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290 ดำเนินงานโดย นาริน พวงทอง และ ธวัช กุลมะลิวัลย์ สองสามีภรรยา ผู้รักการทำเห็ดเป็นชีวิตจิตใจจากเคยเพาะเลี้ยงเห็ดฟาง ก็ปรับมาเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า สนใจมากถึงขั้นลงทุนเดินทางไปศึกษาดูงานการเพาะเลี้ยงถึงประเทศจีน จากนั้นได้นำสายพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทองกับเห็ดถั่งเช่าจีนมาผสมกัน จนเกิดการพัฒนา เห็ดถั่งเช่าสีทอง สายพันธุ์ BH ที่มีเปอร์เซ็นความบริสุทธิ์และสารอาหารสูง ขึ้นมาจำหน่าย ทั้งในรูปหัวเชื้อและแปรรูปเป็นแคปซูล แบรนด์ "คอร์ดี จี(Cordy G)" นอกจากนี้ยังเปิดบ้านให้ผู้คนทั่วไปที่สนใจการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า ได้เข้าไปศึกษาดูงานและอบรมการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าควบคู่ไปด้วย

นาริน พวงทอง และ ธวัช กุลมะลิวัลย์ คู่ชีวิต
ผู้ร่วมกันพัฒนาสายพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทอง BH และ ก่อตั้งบ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์



กว่าจะมาเป็น "บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์"และ"เห็ดถั่งเช่าสีทองสายพันธุ์ BH : "จากที่เคยทำกิจการตัดเย็บและส่งเสื้อผ้า ซึ่งมีฐานลูกค้าส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัด ในการทำงานจำต้องเดินทางจาก สมุทรปราการไปส่งเสื้อผ้าต่างจังหวัดอยู่บ่อยหน ครั้งหนึ่งก็ต้องใช้ระยะเวลาหลายวัน ทำให้ครอบครัวไม่ค่อยได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตา เลยหันไปปรึกษาคู่ชีวิตว่า เราน่าจะเปลี่ยนมาทำฟาร์มเห็ดกันคงดี เพราะใช้พื้นที่น้อยและลงทุนไม่มาก จึงเปลี่ยนมาทำเห็ด โดยเริ่มต้นจากเห็ดฟางก่อน เพราะเพาะง่ายขายได้ดี มีตลาดรองรับตลอดปี แต่ก็ยังมีขั้นตอนยุ่งยากในการจัดการ จึงมองหาสิ่งใหม่มาแทนเห็ดฟางแต่ยังคงหนีไม่พ้นเรื่องเห็ด จึงคิดอยากปรับเปลี่ยนมาเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่า เพราะกำลังเป็นกระแสและตลาดมีความต้องการสูง ด้วยมีสรรพคุณทางยาที่ดีต่อสุขภาพมาก เมื่อคิดได้ก็เร่งเดินสายหาความรู้ เข้าคอร์สอบรมต่างๆ แม้จะต้องเดินทางไปเรียนรู้ไกลถึงเมืองจีนก็ไป จนได้ความรู้มาในระดับที่สามารถเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าได้แบบครบวงจร เนื่องจากเห็ดถั่งเช่าเป็นเห็ดเมืองหนาวต้องการอากาศหนาวเย็นในการเจริญเติบโต จำต้องมีการลงทุนห้องเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าแบบควบคุมอุณหภูมิ ซึ่งในปีแรกๆ ได้เริ่มต้นเพาะแบบค่อยเป็นค่อยไป เพาะเลี้ยงแบบพอประมาณตามทุนที่มี เน้นการใช้ทุนส่วนตัวไม่ไปกู้หนี้ยืมสินใครมา จนเรียกได้ว่า "เป็นการเริ่มต้นเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าที่มีต้นทุนต่ำที่สุดในขณะนั้น" ก็ว่าได้ เพราะใช้เพียงตู้เย็นเก่าดัดแปลงตัวติดตั้งอุณหภูมิเข้าไป เพื่อให้ได้อุณหภูมิที่ 18-22 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นความเย็นที่เหมาะต่อการเติบโตของเห็ดถั่งเช่า ก็สามารถเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าได้แล้ว ต่อมาได้ทำการขยายการเพาะเลี้ยงโดยการซื้อตู้แช่มือสองมาในราคา 12,000 บาท และลงทุนหม้อนึ่งความดัน 1 ใบ ราคา 13,000 บาท ส่วนตู้เขี่ยเชื้อกับตัวเครื่องเขย่านั้นดัดแปลงขึ้นเองจากวัสดุที่หาง่าย เพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุด และทำห้องเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าแบบควบคุมอุณหภูมิตามหลักการตามลำดับ เพราะเล็งเห็นว่าหัวใจสำคัญของการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองให้ประสบความสำเร็จนั้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับอุปกรณ์ห้องเพาะเลี้ยงที่มีราคาแพงหลักแสนบาท แต่อยู่ที่ความบริสุทธ์ของหัวเชื้อคุณภาพดีที่หาได้ยากในปัจจุบันมากกว่า จึงได้ทำการพัฒนาสายพันธุ์เห็ดถั่งเช่าสีทองขึ้นมา จากการนำเห็ดถั่งเช่าจากจีนมาผสมกับสายพันธุ์ไทย จนได้ สายพันธุ์ BH ซึ่งมีสารอาหารสูงถึง 2,485 มิลลิกรัมต่อเห็ด 100 กรัม สูงเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ(วิเคราะห์โดยศูนย์ไบโอเทค) เพราะสิ่งสำคัญสุดท้ายของการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าก็คือสารอาหารสำคัญที่จะได้จากเห็ดถั่งเช่า ซึ่งมีสารพระเอกชื่อว่า "สารโพลีแซคคาไรด์" เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ เพิ่มภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย ป้องกันการเกิดมะเร็ง ต้านเซลล์มะเร็ง ลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้องงอก และ "สารคอร์ไดซิปิน(Cordycepin)หรือคอร์ไดซิปิค แอซิค(Cordycepin acid)" ที่มีความสามารถในการดึงออกซิเจนมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ช่วยบรรเทาเรื่องภูมิแพ้ แก้หอบไม่เหนื่อยล้าง่าย จึงเหมาะสำหรับผู้ที่ต้องใช้พลังงานมาก หรือ ผู้ป่วยที่อยู่ในช่วงฟื้นฟูร่างกาย นักกีฬา หรือ คนที่มีปัญหาสุขภาพทั่วไป ซึ่งสารที่ว่านี้จะต้องมีอยู่ไม่ต่ำกว่า 300 มิลลิกรัม ต่อปริมาณเห็ด 100 กรัม ในสายพันธุ์ BH ของ"ฟาร์มเห็ดบ้านพระสมุทรเจดีย์" แค่เพียงส่วนฐานของดอกเห็ดหรืออาหารเลี้ยงเห็ด ก็ได้ค่าสารดังกล่าวสูงกว่าระดับขั้นต่ำไปแล้ว ด้วยคุณภาพหัวเชื้อที่พัฒนาขึ้นมานี้ จึงมั่นใจได้ว่าใครที่ซื้อไปเพาะเลี้ยงจะได้สารอาหารสูงคุณภาพดีเต็มที่"

ผลิตภัณฑ์คุณภาพ เพื่อสุขภาพที่ดี จาก "บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์"



การบริหารจัดการและการวางแผนการผลิต : การเพาะเห็นถั่งเช่าสามารถเพาะได้ตลอดทั้งปี เพราะเพาะในห้องควบคุมอุณหภูมิและเป็นห้องปลอดเชื้อ ในการการบริหารจัดการการผลิต จะแบ่งเป็นล็อตการผลิต ในหนึ่งล็อตจะมี 96 ขวดหัวเชื้อ แต่ละขวดจะใช้หัวเชื้อน้ำ 800 ml. หรือ 1 ขวดฟาส การทำงานจะทำในสภาพปลอดเชื้อ เพื่อให้สามารถควบคุมการปนเปื้อนของเชื้อโรคตัวอื่นได้ ทำให้คุณภาพและมาตรฐานของผลผลิตออกมาดี ไม่พบเชื้อปลอมปน นอกจากนั้นฟาร์มเรายังควบคุมคุณภาพโดยวัตถุดิบที่ใส่ลงไปในการผลิตทุกครั้ง ทุกขั้นตอน จะใช้เครื่องชั่งดิจิตอลชั่งตวงวัดในมารตราส่วนที่ถูกต้อง เมื่อเก็บผลผลิตจะนำส่งไปตรวจ LAB วิเคราะห์หาค่าสารอาหารที่ได้ในเห็ดถั่งเช่า เพื่อเป็นการการันตีคุณภาพสินค้า โดยใช้ LAB ที่มีการรับรองจากรัฐบาล มาตรฐานสินค้าและสารอาหารที่ได้จาก "บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์" จึงมีคุณภาพดีเทียบเท่ากันทุกครั้ง

สินค้าทุกชิ้นได้รับการรับรองมาตรฐาน อย. และ GMP
ใช้บำรุงร่างกาย แก้ปัญหาสุขภาพ เพิ่มสมรรถภาพทางเพศได้อย่างยอดเยี่ยม(ชนิดทาน)



การแปรรูป : ในกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์มี 4 ชนิด คือ

1.แคปซูลเห็ดถั่งเช่า"แบรนด์ Gody G ถั่งเช่า" โดยส่งผงเห็ดถั่งเช่าอบแห้งไปบรรจุในบริษัทที่ได้มาตรฐาน เพื่อสกัดเป็นสารสกัดถั่งเช่าออกมาในรูปของแคปซูล ทุกล็อตการผลิตจะมีการตรวจหาค่าความชื้น ค่าสารโลหะหนัก ค่าสารหนู ค่าสารปนเปื้อน ค่าสารอาหาร มีมาตรฐาน อย. และ GMP รองรับ

2.ดอกเห็ดถั่งเช่าอบแห้ง จำหน่ายใต้มาตรฐาน Q คือ เกษตรปลอดภัย ผลิตจำหน่ายในรูปซองชาถั่งเช่า หอม หวาน อร่อยเลิศ พร้อมทาน(หากขายเป็นกิโลกรัมจะอยู่ที่ราคา 70,000 บาท) โดยจะอบที่อุณหภูมิ 50 องศา นาน 4-5 ชั่วโมง

3.สบู่ถั่งเช่า

4.โลชั่นถั่งเช่า ซึ่งระหว่างนี้อยู่ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ร่วมกันกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อจัดทำเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมโดยผ่านศูนย์บ่มเพาะ

การตลาด : มีการกำหนดราคาและตอบสนองความต้องการผู้บริโภค โดยคิดคำนวณจากต้นทุน ค่าการตลาด ค่าแรงงาน เพื่อการผลิตสินค้าใต้มาตรฐาน อย.และ GMP. จัดจำหน่ายโดยการออกบูธขายตามงานต่างๆ ขายออนไลน์ โดยการส่งไปรษณีย์ เคอรี่เอ็กซ์เพรส และ บขส. นอกจากนี้ยังมีการใช้สื่อโซเซียลมีเดีย เช่น Facebook ประชาสัมพันธ์การพัฒนาของฟาร์ม,การพัฒนาสายพันธุ์,การเปิดอบรมสอนเพาะเห็นถั่งเช่าและเห็ดอื่นๆ ให้คนไทยและชาวต่างชาติ เช่น ประเทศอิสราเอล,ออสเตรเลีย,มาเลเซีย และ อินเดีย ได้เข้ามาสัมผัสเรียนรู้ ซึ่งทาง "ฟาร์มเห็ดบ้านพระสมุทรเจดีย์" ได้มีโอกาสต้อนรับ สตรีชาวอินเดีย ชื่อ Divya Rawat ซึ่งเป็นสตรีที่ได้รับรางวัลสตรีดีเด่นจากประธานาธิบดีอินเดีย ปี 2560 ให้เข้ามาอบรมเรียนรู้เรื่องเห็ดถั่งเช่า จนเธอสามารถนำความรู้ที่ได้รับกลับไปทำประโยชน์จนสำเร็จโด่งดังเป็นคนแรกของประเทศอินเดีย ได้ออกสื่อทุกแขนงทำให้คนอินเดียรู้จักประเทศไทยมากขึ้น และมีชาวอินเดียวติดต่อมาเรียนเพิ่มเติมอีกมากมาย นี่จึงถือเป็นเกียรติต่อชีวิตการทำงานตรงนี้ และการทำการตลาดแบบ "ปากต่อปาก"ที่ประสบความสำเร็จ

ดูแลอย่างใส่ใจ เพื่อควบคุมคุณภาพของผลผลิต


แผนการพัฒนาการเกษตรในอนาคต : ปัจจุบันฟาร์มเห็ดพระสมุทรเจดีย์มีห้องเพาะถั่งเช่า 1 ห้อง ขนาด 3 x 4.50 ม. สามารถเก็บผลผลิตแบบ 2 เดือนครั้ง ได้มูลค่าไม่ต่ำกว่า 300,000 บาท ในอนาคตอันใกล้หรือภายในปี 2561 จะมีการขยายโรงเรือนห้องเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าเพิ่มเป็น 2 ห้อง ทำห้องแปรรูปเพิ่ม 3 ห้อง ให้ผ่านมาตรฐาน อย. จนถึง Primary GMP พร้อมติดตั้งแผงโซลาร์รูฟิ เพื่อประหยัดพลังงานไฟฟ้า จำนวน 18 แผง ตลอดจนจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลต่อไป

นอกจากจะผลิตและแปรรูปจำหน่าย ด้วยการกำหนดราคาขายแบบไม่ขึ้นกับใครแล้ว
ยังเปิดคอร์สอบรมการเพาะเลี้ยงเห็ดถั่งเช่าสีทองให้แก่ประชาชนที่สนใจด้วย



เกียรติประวัติและผลงาน :

- ปี พ.ศ.2555 ได้รับการรับรอง "มาตรฐานระบบการจัดการคุณภาพการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช(GAP พืช)" รหัสรับรอง กษ.03-9001-2552-35420207422

- ปี พ.ศ.2558 ได้รับ "มาตรฐาน อย."

- ปี พ.ศ.2558 ได้รับการ "จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์"

ข้อมูลการติดต่อ

นางสาวนาริน พวงทอง
"วิสาหกิจชุมชนบ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์"
บ้านเลขที่ 118/8 หมู่ 4 ซอยร่วมพัฒนา ตำบลในคลองบางปลากด
อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จังหวัดสมุทรปราการ 10290
โทรศัพท์ 08-9134-1655
FB : Narin Paungtong
FBP : บ้านเห็ดพระสมุทรเจดีย์

เรื่อง/ภาพโดย: ทีมงานรักบ้านเกิด
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 16 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
22-30°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×