เกษตรกรต้นแบบ
"คืนทุนในปีแรก ด้วยสับปะรดนางแล-ภูแล"
คุณรัตนาวดี ทากัน
 17 พฤษภาคม 2559   2,897
จ.เชียงราย
ความสำเร็จเมื่อมองจากที่ไกลๆ จะมีชื่อว่า "ความฝัน"
เมื่อเดินเข้าไปใกล้ จะเปลี่ยนชื่อเป็น "เป้าหมาย"
และเมื่อมาอยู่ในมือเรา จะเรียกว่า "ความสุข"

รัตนาวดี ทากัน เกษตรกร หญิงเก่ง คนแกร่ง จาก จังหวัดเชียงราย ผู้ริเริ่มบุกเบิกการสับปะรดนางแล-ภูแล ใน จ.เชียงราย โดยการดูแลเอาใจใส่ทุกขั้นตอน อย่างขยันขันแข็ง และมีการวางแผนการตลาดที่ดี จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็นของดีประจำจังหวัด ที่สร้างรายได้ดี และพืชทนแล้งที่ลงทุนเพียงครั้งเดียว สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นานเกือบ 10 ปีจนช่วยปลดหนี้ที่มีได้จนหมด

รัตนาวดี ทากัน ต้องดูแลทุกขั้นตอนการปลูก เพื่อให้ผลผลิตออกมาได้คุณภาพ

คุณรัตนาวดี ทากัน เจ้าของสวน สับปะรดภูแล-นางแล "รุ่งรัตนา" ผู้มีความเชี่ยวชาญในการปลูกสับปะรดพันธุ์ภูแล นางแล มานานกว่า 20 ปี บ้านเลขที่ 178 หมู่ 13 บ้านแม่ปูคา ต.นางแล อ.เมือง จ.เชียงราย จบการศึกษาระดับ ปวส. จากวิทยาลัยอาชีวศึกษาเชียงราย สมรสกับคุณธวัชชัย ทากัน มีบุตร 2 คน ชาย 1 หญิง 1 ซึ่งคุณรัตนาวดีได้สืบทอดการปลูกสับปะรดนางแลมาจากรุ่นพ่อแม่ จึงยึดถือเป็นอาชีพและพัฒนาผลิตภัณฑ์จำหน่ายจนติดตลาดมาจนถึงปัจจุบัน จนสามารถขยายพัื้นที่พื้นที่ปลูกสับปะรดนางแล-ภูแล ได้เป็นจำนวน 10 ไร่ เป็นของตัวเอง และของลูกสวนรายอื่นๆ อีกประมาณ 100 ไร่ โดยสามารถผลิตสับปะรดภูแล นางแล คุณภาพดีออกสู่ตลาด ป้อนให้ผู้บริโภคได้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้าตลอดทั้งปี

เริ่มจากการปลูกสับปะรดพันธุ์ดั้งเดิม คือ พันธุ์นางแล เป็นสับปะรดขึ้นชื่อของจังหวัดเชียงราย ซึ่งมีรสชาติหวานฉ่ำต่างจากพันธุ์พื้นเมืองทั่วไปที่มีรสชาติค่อนข้างเปรี้ยว เพราะเป็นที่นิยมทานกันแพร่หลาย แต่การปลูกสับปะรดนางแลนั้นมีข้อจำกัดเรื่องการให้ผลผลิตที่มีเพียงช่วงเดือนเมษายน-เดือนสิงหาคมของทุกปีเท่านั้น ผลผลิตจึงไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด

ปลูกสับปะรดได้คุณภาพ ตลาดวิ่งหา

สำหรับพื้นที่ตำบลนางแล ตำบลท่าสุด และ ตําบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นับว่าเป็นพื้นที่ ที่ปลูกสับปะรดพันธุ์นางแลและภูแล ที่มีชื่อเสียงของจังหวัดเชียงราย ภายใต้สภาพแวดล้อมของพื้นแห่งที่นี้ที่มีอุณหภูมิเหมาะสม ในหน้าหนาวดินมีความอุดมสมบูรณ์มีแสงแดดเกือบตลอดทั้งปี มีสภาพพื้นที่เป็นที่ราบเชิงเขา เนินเขา และภูเขาสูง อยู่ในด้านทิศตะวันตก อันเป็นแหล่งกําเนิดลําห้วยหลายสายเป็นแหล่งน้ำที่สำคัญ และยังเป็นพื้นที่ ที่มีความสูงกว่าระดับน้ำทะเลปานกลางเฉลี่ยประมาณ 400 เมตร ทำให้อากาศเย็นสบาย แต่มีอากาศหนาวจัดในฤดูหนาว ประกอบกับสภาพพื้นที่ปลูกส่วนใหญ่มีความลาดเอียง จึงทําให้สับปะรดที่ปลูกในพื้นที่นี้ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรครากเน่า ลักษณะของดินระบายน้ำได้ดี และดินมีแร่ธาตุต่างๆ ที่เหมาะสม เช่น ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม คาร์บอน ไนโตรเจน ภูมิอากาศมีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 24 องศาเซลเซียส จากสภาพแวดล้อมโดยรวมดังกล่าวมา พื้นที่นี้ จึงเหมาะแก่การเพาะปลูกสับปะรดสายพันธุ์นางแล เมื่อนำสับปะรด 2 สายพันธุ์นี้มาปลูกจึงส่งผลผลิตที่ได้มีรสชาติดี หอม หวาน เป็นเอกลักษณ์ ซึ่งหากนำไปปลูกในพื้นที่อื่นๆ รสชาติของสับปะรดที่ได้จะไม่ดีเท่าที่ ต.นางแล ต.ท่าสุดและต.บ้านดู่

จากการรับช่วงสืบทอดมาจากพ่อแม่และประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมา คุณรัตนาวดีจึงมีแนวคิดที่จะหาสับปะรดพันธุ์ใหม่ๆ ที่สามารถให้ผลผลิตได้ตลอดทั้งปีมาปลูกขายเพิ่มรายได้ให้แก่ครอบครัวและให้มีผลผลิตเพียงพอต่อความต้องการของตลาด ซึ่งประจวบเหมาะกับเมื่อปี พ.ศ. 2520 ได้ข่าวว่านายเอนก ประทีป ณ ถลาง อาจารย์จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย ได้นำหน่อพันธ์ สับปะรดภูเก็ต ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มสายพันธุ์ควีนจากจังหวัดภูเก็ต มาปลูกครั้งแรกที่ตำบลนางแล อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย ครอบครัวของคุณรัตนาวดีจึงไม่รอช้า รีบไปขอขยายหน่อพันธุ์มาทดลองปลูกในพื้นที่ครอบครัวเป็นเจ้าแรก ด้วยความที่มีปัจจัยทางธรรมชาติเกื้อหนุนดี ทําให้สับปะรดสายพันธุ์ภูเก็ที่ปลูกในพื้นที่ของตัวเองนั้นมีลักษณะเด่นเป็นเอกลักษณ์ แตกต่างไปจากสับปะรดภูเก็ตดั้งเดิมที่ปลูกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ต กล่าวคือ พอนำมาปลูกแล้วได้ผลขนาดเล็กกว่า รูปร่างผลเป็นทรงกลม มีจุกใหญ่ ตั้งตรง รับประทานได้ทั้งเนื้อและแกน หวาน กรอบ อร่อย จึงทำการขยายพันธุ์ปลูกไว้มากขึ้นเพื่อจำหน่ายผลผลิต แทนช่วงที่สับปะรดนางแลไม่มีผลผลิต เนื่องจากสับปะรดภูเก็ตนี้ให้ผลผลิตได้ตลอดปี จนกลายเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมในหมู่ผู้บริโภคและผู้ปลูกกันอย่างแพร่หลาย จนกลายเป็นเอกลักษณ์ประจำ ต.นางแล ต่อมาจึงเรีกยชื่อกันใหม่ตามลักษณะเฉพาะที่ได้เฉพาะการปลูกในพื้นที่นี้ว่า "สับปะรดภูแล" (ได้มาจากการนําเอาชื่อ"ภูเก็ต"ซึ่งเป็นแหล่งปลูกเดิมมารวมกับชื่อของพื้นที่ปลูกใหม่คือ ต."นางแล" ) ปัจจุบันคุณรัตนาวดีปลูกทั้งสับปะรดพันธุ์นางแลและพันธุ์ภูแลไว้เต็มพื้นที่ 10 ไร่ ขายผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปจากสับปะรดนางแล-ภูแล จำหน่ายทั้งในจ.เชียงราย ต่างจังหวัด และทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีตลาดรองรับในประเทศเพื่อนบ้านใกล้เคียง เช่น จีน ญี่ปุ่น จนสร้างรายได้ดี และปลดหนี้ที่เคยกู้มาทำทุนได้สบาย

การปลูกสับปะรดนั้นไม่ยาก เพียงนำหน่อจากต้นแม่ไปปลูกในพื้นที่ที่น้ำท่วมไม่ถึงและไม่แห้งแล้งจนเกินไป โดย 1 ไร่จะสามารถปลูกได้ 3,500-4,000 ต้น ใช้เวลาดูแล 7-8 เดือนก็จะเริ่มออกผล นับไปอีก 5 เดือน ผลจะเริ่มสุกและยังบังคับให้มีผลนอกฤดูได้ด้วย

สับปะรด พืชทนแล้งปลูกได้ทุกสภาพดิน

การปลูกสับปะรดนางแล-ภูแล

การแปรรูปสับปะรดนางแล-ภูแล เป็นวุ้นสับปะรด เพิ่มมูลค่าผลผลิต :
คุณรัตนาวดี ได้แนะนำวิธีการเพิ่มมูลค่าผลผลิตในช่วงที่มีผลผลิตเยอะและราคาตกต่ำ ด้วยการแปรรูปเป็นวุ้นสับปะรด ที่มีวิธีการทำไม่ยุ่งยาก ดังนี้

การทำวุ้นสับปะรด :

การทำน้ำสับปะรดปั่น :

ทำง่ายๆ ด้วยการใช้เนื้อในส่วนที่ฝานตาออกในขั้นตอนปลอกเปลือกมาผสมน้ำสะอาดในอัตราส่วน 1 ต่อ 1 แล้วปั่นรวมกันให้ละเอียด จากนั้นนำน้ำมาต้มเคี่ยวไฟให้หอมประมาณ 20 นาที จึงทำการแยกกากและน้ำออกจากกันโดยใช้ผ้าขาวบาง กดรองน้ำที่แยกกากแล้วมาอุ่นไฟอ่อนๆ ผสมเกลือและน้ำตาลลงไปเล็กน้อย ตามชอบ หรือ อาจจะเพิ่มความอร่อยและสีสันให้ดูสดใสน่าทานด้วยการใส่เนื้อสับปะรดไปด้วยก็จะน่าทานยิ่งขึ้น ซึ่งน้ำสับปะรดสามารถเก็บแช่เย็นไว้ได้นานถึง 2 อาทิตย์

ต้นทุนการผลิต

ต้นทุนการปลูกสับปะรดนางแล-ภูแลนั้นจะเป็นการลงทุนที่ค่อนข้างคุ้มค่า เพราะลงทุนครั้งเดียวแต่สามารถเก็บผลผลิตได้ถึง 5-7 ปี คือ ครั้งแรกลงทุนซื้อหน่อพันธุ์สับปะรดภูแล-นางแล ราคาอยู่ที่กล้าพันธุ์ละ 2 บาท ซึ่ง 1 ไร่จะลงทุนประมาณ 10,000 บาท ส่วนค่าไถเตรียมดินและค่าแรงประมาณ 3,000 บาท และจะมีต้นทุนอีกประมาณ 2,000 บาท/ไร่/ปี สำหรับค่าปุ๋ย ยา และ การจัดการดูแล โดยนับตั้งแต่ปีแรกจนถึงปีที่ 7 หลังจากนั้นต้องมีการหยอดปุ๋ยประมาณช่วงเดือนมิถุนายน และอีกประมาณ 6 เดือนต่อมาก็สามารถเก็บผลผลิตขายได้แล้ว หากมีการดูแลเป็นอย่างดีการเก็บผลผลิตขายรอบแรกก็จะได้ต้นทุนและกำไรคืนในปีนั้นเลย

แผนการตลาด

สับปะรดพันธุ์ภูแลและนางแลเป็นสับปะรดที่ได้เปรียบเรื่องรสชาติ และมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นกว่าสับปะรดสายพันธุ์อื่นๆ จึงขึ้นชื่อและเป็นที่รู้จักอย่างรวดเร็วทั้งภายในจังหวัดเชียงรายเอง ต่างจังหวัดหรือแม้แต่ในต่างประเทศ สวนของคุณรัตนาวดีมีทั้งลูกค้าที่ซื้อไปรับประทานเอง พ่อค้าคนกลางมารับไปขาย ร้านค้า ร้านของฝากต่างๆก็ติดต่อรับไปจำหน่ายทั้งในจังหวัดเชียงรายและต่างจังหวัด พร้อมกันนี้ ศูนย์โอทอปเชียงรายได้เชิญไปออกงานแสดงสินค้าตามสถานที่จำหน่ายๆ สินค้าทั้งในและต่างประเทศก็บ่อยครั้ง บ้านของคุณรัตนาวดียังตั้งอยู่ในโซนท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงราย เช่น พิพิธภัณฑ์บ้านดำ แหล่งรวมงานศิลป์ของ อ.ถวัลย์ ดัชนี ทีมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติมาเยือนไม่ขาดสายเข้ามาตลอดทั้งปี ผู้ที่ได้มาลิ้มลองรสชาติสับปะรดที่นี่ก็บอกต่อๆกันไป จนเป็นที่รู้จัก โด่งดังไปถึงต่างประเทศ เช่นประเทศจีนที่เข้ามารับซื้อไปจำหน่ายกันตลอดทั้งปีอีกด้วย

ภูแลลูกเล็ก หวาน กรอบ โดนเด่นและเป็นเอกลักษณ์ ความอร่อยที่คุณต้องลอง

บทสรุป/ข้อเสนอแนะ

สุดท้ายคุณรัตนาวดี กล่าวว่า ในการทำการเกษตร หากรู้ชัยภูมิ รู้ว่าพื้นที่ที่มีนั้นเหมาะสมต่อการปลูกพืชชนิดใดและทำการตลาดเป็น อยู่กินอย่างพอเพียงตามรอยพ่อหลวงไทย ก็มีกินมีใช้ได้สบายๆ โดยไม่ต้องทิ้งถิ่นฐานไปทำงานในเมืองใหญ่หรือเป็นลูกหนี้ลูกน้องใคร

เรื่อง/ภาพโดย: พูนศักดิ์ ศรีสุทธา จนท.ศูนย์ประสานงานร่วมด้วยช่วยกันสำนึกรักบ้านเกิด จ.เชียงราย
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 21 ตุลาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-32°C
เชียงใหม่
22-31°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
25-32°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×