สัตว์ปีก
(358 เรื่อง)
ขั้นตอนการเลี้ยงเป็ดในระยะต่างๆ การเลี้ยงลูกเป็ด อายุ 0-2 สัปดาห์ การเลี้ยงเป็ดจะสำเร็จหรือไม่นั้นมีความเกี่ยวข้องกับการเลี้ยงลูกเป็ดระยะ 2 สัปดาห์แรกเป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าลูกเป็ดนั้น ถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการทำฟาร์ม ถ้าลูกเป็ดแข็งแรง เติบโตสม่ำเสมอ สมบูรณ์มีภูมิคุ้มกันโรคระบาดและไม่อมโรคแล้ว การเลี้ยงในระยะต่อไปจะไม่ประสบปัญหา โดยปกติแล้วลูกเป็ดอายุ 0-2 สัปดาห์ มีความต้องการอยู่ 5 อย่างด้วยกัน คือการเตรียมพร้อมก่อนนำลูกเป็ดเข้ามาเลี้ยง ความอบอุ่น อาหารที่มีคุณภาพ น้ำสะอาดและการป้องกันโรค 1. การเตรียมพร้อมก่อนนำลูกเป็ดไข่เข้ามาเลี้ยง มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เจ้าของฟาร์มจะต้องตระเตรียมไว้ล่วงหน้าก่อนที่จะนำลูกเป็ดเข้าฟาร์ม 1.1 ทำความสะอาดโรงเรือนและอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับลูกเป็ดระยะแรก โดยการล้างน้ำและนำออกตากแดด การเตรียมกรงกก หรือห้องสำหรับกกลูกเป็ดจะต้องเตรียมล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ ถ้ากกลูกเป็ดบนพื้นคอกจะต้องเปลี่ยนวัสดุรองพื้นใหม่ทุกๆ ครั้งที่นำลูกเป็ดเข้าคอก 1.2 การสั่งจองลูกเป็ด ก่อนที่จะเลี้ยงเป็ด ควรจะได้มีการวางแผนว่าควรจะเลี้ยงในช่วงเวลาใดจึงจะเหมาะสม และเมื่อตัดสินใจแล้วควจจะสั่งจองลูกเป็ดไว้ล่วงหน้า และควรสั่งซื้อสั่งจองจากโรงฟักลูกเป็ดที่มีชื่อเสียงที่ผลิตลูกเป็ดที่มีคุณภาพ และต้องส่งลูกเป็ดในถึงฟาร์มได้ในระยะเวลา 24 ชั่วโมง หากโรงฟักอยู่ไกลเกิน การขนส่งลูกเป็ดเกิน 24 ชั่วโมง จะทำให้ลูกเป็ดสูญเสียน้ำโดยระเหยออกจากตัว ทำให้ลูกเป็ดน้ำหนักลด มีผลต่อความแข็งแรงในระยะเวลาต่อมา 1.3 การให้น้ำสะอาด ในระยะแรกที่ลูกเป็ดมาถึงฟาร์ม น้ำที่เตรียมไว้ควรเป็นน้ำสะอาด เช่น น้ำใต้ดิน น้ำบาดาลหรือบ่อน้ำตื้น หรือน้ำฝน หลีกเลี่ยงการใช้น้ำประปา เพราะว่าลูกเป็ดจะตายหรืออ่อนแอมากเมื่อได้กินน้ำที่มีสารเคมี ถ้าจำเป็นต้องใช้น้ำประปาก็อาจทำได้โดยเปิดน้ำเก็บไว้ในถึงเป็นเวลานานข้ามคืน 1.4 โรงเรือนและอุปกรณ์ ก็จะต้องเตรียมไว้ล่วงหน้าที่สำคัญๆ ได้แก่ - โรงเรือนที่ใช้กกลูกเป็ด ควรป้องกันลมและฝนได้ พร้อมที่จะต้องป้องกันสัตว์ต่างๆ ที่เป็นศัตรูและเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาสู่ลูกเป็ด เช่น สุนัข แมว หนู นกต่างๆ - การระบายอากาศ โรงเรือนควรมีช่องระบายอากาศที่ดี ส่วนใหญ่แล้วโรงกกลูกเป็ดมักมีฝา ประตูและหน้าต่าง ค่อนข้างจะมิดชิด เพื่อเก็บความอบอุ่นและป้องกันลมแรง การมีช่องระบายอากาศจึงมีความสำคัญ
12 มีนาคม 2556
42,215
กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก หลายคนได้ยินเสียงนี้ อย่าพึ่งคิดว่าเรียกเพื่อนที่ชื่อกุ๊กนะค่ะ แต่นี้กลับเป็นเสียงของไก่ที่เราเลี้ยงไว้ นอกจากเราจะได้ยินเสียงเอ๊กอีเอ๊กเอ๊กปลุกเราตอนเช้าทุกวันแล้ว น้องไก่ยังส่งเสียงกุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก กุ๊ก ให้เราได้ยินเป็นประจำ อาจจะเป็นการสนทนา หิวโหย หรืออาจจะเป็นเพราะเขาเจ็บป่วยเป็นโรคก็ว่าไม่ได้นะค่ะ เพราะฉะนั้นเราควรหมั่นดูแลไก่เพื่อไม่ให้เขาเกิดโรคได้ โดยเฉพาะโรคหน่อ อาการของไก่ที่เป็นหน่อ คือ บริเวณใต้อุ้งเท้าของไก่จะมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อแข็งคล้ายตาปลา ถ้าปล่อยทิ้งไว้นานจะทำให้ไก่เดินไม่ถนัด เพราะมันจะบวมขึ้นเรื่อยๆ จนหน่อแตก จะทำการรักษาก็หายยากนะค่ะ
11 มีนาคม 2556
12,417
พันธุ์ประวัติ เป็ดเทศพันธุ์กบินทร์บุรี เป็นเป็ดเทศพันธุ์เนื้อพันธุ์แท้ที่กรมปศุสัตว์ได้วิจัยพัฒนาและปรับปรุงพันธุ์มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ.2534 ที่สถานีบำรุงพันธุ์สัตว์บางปะกง อำเภอบางปะกง จังหวัดฉะเชิงเทรา และสถาบันวิจัยและพัฒนาสัตว์ปีกแห่งชาติ อำเภอกบินทร์บุรี อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี จนถึงปัจจุบัน การปรับปรุงเริ่มจากเป็ดพันธุ์บาร์บารีจากประเทศฝรั่งเศส กรมปศุสัตว์ได้รับการสนับสนุนพันธุ์มาจาก บริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ เป็นลูกเป็ดแรกเกิด จำนวน 80 ตัว แยกเป็นเพศผู้ 30 ตัว เพศเมีย 50 ตัว กรมปศุสัตว์โดยสถานีบำรุงพันธุ์สัตว์บางปะกงได้ทำการขยายพันธุ์ คัดเลือกปรับปรุงพันธุ์ให้สามารถเลี้ยงง่ายขยายพันธุ์ได้ดี เติบโตเร็ว ต้านทานต่อโรค และปรับตัวเข้ากับสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อมของประเทศ และสามารถผลิตได้จำนวนมากในเชิงอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเป้าหมายของการปรับปรุงพันธุ์ ในระยะเริ่มต้น ในปี พ.ศ.2536-2540 กรมปศุสัตว์ได้เริ่มทดสอบนำพันธุ์เป็ดเทศพันธุ์นี้ ส่งเสริมโดยจำหน่ายให้เกษตรกรทั่วไป พบว่า เกษตรกรนิยมมาก เนื่องจากโตเร็ว เลี้ยงส่งตลาดได้ในระยะเวลาสั้น 10-12 สัปดาห์ ถอนขนง่าย ขนสีขาว ตลาดต้องการมาก เนื้อมาก และราคาลูกเป็ดไม่แพงเกินไป เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ที่นำเข้าจากต่างประเทศ ความต้องการมีสูงมาก ซึ่งคาดว่าในอนาตคเป็ดเทศพันธุ์นี้จะเป็นเป็ดที่ผลิตเพื่อบริโภคเนื้อภายในประเทศ ทดแทนเป็ดพันธุ์เนื้ออื่นๆ ทั้งนี้เพราะมีกล้ามเนื้อมาก ไขมันน้อย หนังบาง และกล้ามเนื้อมีสีแดง โคเรสเตอรอลต่ำ เหมาะที่จะบริโภคเพื่อสุขภาพ ที่สำคัญคือ สามารถเลี้ยงได้ทั่วไปไม่ว่าจะเลี้ยงจำนวนมากในเชิงพาณิชย์หรือเลี้ยงหลังบ้านในชนบท
28 กุมภาพันธ์ 2556
32,056
ประวัติและความเป็นมาของเป็ดเทศพันธุ์ท่าพระ 2 กองบำรุงพันธุ์สัตว์ กรมปศุสัตว์ ได้เห็นถึงความสำคัญของเป็ดเทศที่เลี้ยงอยู่ทั่วไป ทุกภาคของประเทศไทย เพราะเป็ดเทศเป็นสัตว์ปีกที่โตเร็ว ตัวใหญ่ ฟักไข่ได้เองโดยธรรมชาติ และร้องเสียงไม่ดัง กองบำรุงพันธุ์สัตว์จึงมีนโยบายให้ศูนย์วิจัยและบำรุงสัตว์ท่าพระ เริ่มเลี้ยงเป็ดเทศในปี พ.ศ.2526 โดยซื้อเป็ดเทศพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์สายสีดำจากจังหวัดต่างๆ ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวม 8 จังหวัด ได้แก่ ขอนแก่น เลย หนองคาย นครพนม สุรินทร์ อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และนครราชสีมา นำมาเลี้ยงโดยแยกขังคอกละตัว ติดเบอร์พ่อพันธุ์แม่พันธู์ และเก็บตัวเลขการไข่ของแม่เป็ดเทศเป็นเวลา 1 ปี ซึ่งแม่เป็ดเทศไข่ได้ 77 ฟอง/ปี ไข่ 1 ชุด เฉลี่ย17 ฟอง และไข่ปีละ 4-5 ชุด หลังจากได้สถิติการไข่แล้ว จึงเก็บลูกที่เกิดจากการฟักจากแม่เป็ดเทศที่ไข่ดก เลี้ยงและเก็บสถิติเลขการไข่ ของลูกรุ่นที่ 1 (F1) ซึ่งไข่ได้ 90 ฟอง/ตัว/ปี ไข่ 1 ชุด เฉลี่ย 20 ฟอง ไข่ปีละ 4-5 ชุด ปัจจุบันสามารถเก็บสถิติการไข่ของเป็ดเทศในรุ่นที่ 3 (F3) โดยจะพัฒนาเป็ดเทศให้ไข่ได้ถึง 180 ฟอง/ตัว/ปี และเจริญเติบโตสามารถทำน้ำหนักตัวได้ 3,500 กรัม/ตัว ในเวลา 70 วัน
27 กุมภาพันธ์ 2556
13,984
27 กุมภาพันธ์ 2556
4,475
ราคาน้ำมัน
วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
น้ำมัน
ราคา
เบนซิล 95
34.16 บาท
แก๊สโซฮอล์ 91
26.48 บาท
แก๊สโซฮอล์ 95
26.75 บาท
แก๊สโซฮอล์ E20
23.74 บาท
แก๊สโซฮอล์ E85
19.64 บาท
ดีเซล
25.89 บาท
ดีเซล พรีเมี่ยม
29.74 บาท
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
23-33°C
เชียงใหม่
21-30°C
นครราชสีมา
21-30°C
ชลบุรี
24-31°C
นครศรีธรรมราช
22-30°C
ภูเก็ต
25-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×