(7,975 เรื่อง)
ถั่วงอก เป็นผักสดเคียงอาหารจานหลัก เช่น ก๋วยเตี๋ยว ขนมจีน ผัดไท ฯลฯ ทานได้ทั้งดิบ และ สุก มีรสชาติออกหวานนิดๆ กรุบกรอบ ผลิตได้จากเมล็ดถั่วเขียว เพาะให้งอกเป็นต้นอ่อน ซึ่งสามารถเพาะได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการเพาะในขวดโหล , เพาะในกล่องพลาสติก,เพาะในขวดน้ำดื่มพลาสติกหรือแม้แต่จะเพาะในไห ก็ทำได้เช่นกัน หากแต่การเพาะโดยธรรมชาติอาจไม่ทำให้ได้ต้นถั่วงอก ขาว-อวบ-กรอบ อย่างที่ตลาดนิยมกันในปัจจุบัน ซึ่งถั่วงอกที่มีลักษณะขาว-อวบ-กรอบแบบผิดธรรมชาตินั้น จริงๆ แล้วแฝงมาด้วยอันตรายจากสารเคมีตกค้าง ที่ใช้กันมากในกระบวนการเพาะถั่วงอกแทบทั้งสิ้น โดยสารตกค้างที่พบในถั่วงอก ขาว-อวบ-สวย ตามท้องตลาดทั่วไป ก็คือ 1.สารฟอกขาว หรือ โซเดียมไฮโดรซัลไฟต์(Sodium Hydrosulfite) ซึ่งเป็นสารที่ใช้ในอุตสาหกรรมทั่วไป นิยมใช้ฟอกมุ้ง มีราคาถูก เมื่อนำมาใช้กับถั่วงอก จะทำให้ถั่วงอกขาวจั๊ว จนน่าเจี๊ย แบบดูดีผิดธรรมชาติ ไม่ออกเหลืองน้ำตาลคล้ำเหมือนถั่วงอกที่เพาะทานเอง 2. สารส้ม(Alum) คือ สารประกอบ ไฮเดรตโพแทสเซียมอะลูมีเนียมซัลเฟต ที่ทำให้ถั่วงอกกรอบและสดนาน แต่ถ้าร่างกายได้รับสารส้มมากเกินไป จะทำให้เกิดอาการ คลื่นไส้ อาเจียน ปวดหัว ซึม และอาจมีผลทำให้ไตเสื่อมได้ 3.สารฟอร์มาลิน(Formalin)หรือสารละลายฟอร์มาลดีไฮด์(Formaldehyde) หรือ น้ำยาดองศพ ได้ถูกกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าหัวใสนำมาใช้ในอาหารสดหลายชนิดเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการเน่าเสียง่าย และ ไม่เว้นแม้แต่ถั่วงอก หากร่างกายได้รับเข้าไปโดยตรง จะทำให้เกิดการปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน อุจจาระร่วง หมดสติและตายในที่สุด และ 4. ฮอร์โมนถั่วอ้วน ผลิตจากสารสังเคราะห์ประเภทไซโตไคนิน(หาซื้อได้ทั่วไป) มีผลทำให้ต้นถั่่วอวบอ้วนผิดปกติ หากร่างกายได้รับเข้าไปมากหรือสะสมเป็นเวลานาน จะทำให้เกิดโรคมะเร็ง
23 กุมภาพันธ์ 2560
69,130
ตั้งแต่จำความได้(อีกแล้ว)ก็ไม่อาจจะสาวถึงต้นตอของคนที่นำคำว่า "กล้วย" มาใช้นิยามแทนคำว่า "ง่าย" ได้เสียที แต่ที่เห็นชัดเลยก็คือ คนไทยนิยมใช้คำว่ากล้วยในสำนวนที่สื่อถึงความง่ายดาย เช่น "ง่ายดังปอกกล้วยเข้าปาก" หรือ "เรื่องกล้วยๆ" กันมานานหลายชั่วอายุคน จนผู้เขียนเองก็เผลอเชื่อไปได้อย่างสนิทใจว่า อะไรที่เกี่ยวกับกล้วยนั้นคือความง่ายดาย และดันคิดไปเองเสียอีกไกลว่า กล้วยนั้นปลูกไม่ยาก และ โรค-แมลงก็ไม่น่าจะมีมากด้วย แต่ทว่า ไม่ใช่เลย เพราะพออากาศอยู่ในช่วงครึ่มฟ้าครึ้มฝนหรือช่วงปลายฝนต่อร้อน-แล้ง ก็จะพบว่ากล้วยที่ปลูกไว้นั้นมีอาการของโรค ใบจุดประปราย นานๆ ไปก็จะมี โรคซิกาโทกา(ใบจุดอีกชนิดหนึ่ง) เข้ามาเยี่ยมเยือนบ้าง และมีหนอนม้วนใบมาพักอาศัยอยู่ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ที่จะพบบ่อยที่สุดก็คือโรคตายพรายหรือโรคเหี่ยว(ใบไหม้จากขอบ และต้นหรือก้านใบหักพับกลางลำ) ที่ล้วนแล้วแต่ทำให้กล้วยที่ปลูกไว้ไม่โต และไม่สวยอย่างที่ใจแอบมโนไปไกล
8 กันยายน 2559
8,348
หลังจากนำเสนอ เรื่อง "จุลินทรีย์ Vs หน่อกล้วย...ฉบับสมบูรณ์ที่สุดในประเทศไทย" แบบยาวเหยียด จนต้องเลื่อน Scroll bar อ่านกันจนเมื่อยนิ้วไปเมื่อหลายเดือนก่อน ก็ได้รับการตอบรับจากผู้เข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ www.rakbankerd.com กันอย่างท่วมท้น จนมียอด Share เป็นหลักพันภายในเวลาไม่กี่คืน ปรากฏการณ์นี้เองที่ทำให้ผู้เขียนแอบคิดเอาเองว่า "เรื่องเราคงโดนใจ หรือ ไม่ก็คงเป็นเพราะเจ้าจุลินทรีย์ชนิดนี้เป็นที่สนใจของผู้คนในแวดวงการเกษตรเป็นจำนวนมากแน่ๆ "วันนี้ผู้เขียนจึงเห็นว่า ควรจะนำประโยชน์ของเจ้าจุลินทรีย์หน่อกล้วยนี้มาเรียบเรียงกันใหม่ ให้ย่นย่อขึ้น และเน้นการนำเสนอแต่ประโยชน์ก็คงจะเข้าทีอยู่ไม่หยอก เพื่อให้ผู้อ่าน เข้าถึงวัตถุประสงค์ และไม่ต้องไปทนอ่านบทเขียนพร่ำเพ้อให้ยืดยาว (ก็ไม่รู้ว่าเขียนได้อย่างไร ยาวเหยียดจนรวมเล่มได้เลยเชียว)
2 มีนาคม 2560
16,086
ปัญหาอีกหนึ่งปัญหาสำหรับคุณพ่อบ้านและคุณแม่บ้าน ที่มักจะเป็นเหมือน ๆ กัน คือ ถ้าหม้อหุงข้าวที่ข้าวเคยบูดมาครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อหุงข้าวในครั้งต่อๆ ไปทำไมเมื่อข้าวเหลือข้าวต้องบูดทุกครั้ง ถึงแม้จะล้างทำความสะอาดด้วยน้ำยาล้างจานเป็นอย่างดี ก่อนนำไปหุงใหม่ แต่เมื่อนำไปหุงก็จะมีปัญหาข้าวที่เหลือจากการรับประทานแล้วบูดทุกครั้งไป ทำให้ต้องทิ้งน่าเสียได้ ถ้าเป็นหลายๆ ครั้งบางคนถึงขนาดคิดว่าหม้อหุงข้าวคงจะเสีย ทำให้ต้องเสียเงินซื้อใหม่ วันนี้มีเคล็ดลับจากคุณขวัญใจ ครุฑธาโรจน์ ในการทำความสะอาดหม้อหุงข้าวด้วยวิธีง่ายๆ ดังนี้
8 มีนาคม 2560
16,120
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 9 ธันวาคม พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
17-28°C
เชียงใหม่
10-23°C
นครราชสีมา
13-25°C
ชลบุรี
18-27°C
นครศรีธรรมราช
23-28°C
ภูเก็ต
24-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×