เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ไม้ผลที่ปลูกมาเป็นเวลานาน พอต้นเริ่มแก่ ก็เริ่มจะให้ผลผลิตได้ไม่ค่อยดี...แบบนี้ต้องจับมา "ทำสาว" แล้วทำไม? เราต้องทำสาวให้ไม้ผล ไม่ว่าจะเป็น ทุเรียน มะม่วง เงาะ ส้มโอ ลำไย มะนาว และอื่นๆ อีกมากมาย เมื่อต้นมีอายุมากขึ้น หรือเริ่มแก่ตัว จะให้ผลผลิตน้อยลงแถมต้นสูง ทรงพุ่มใหญ่ ทำให้การดูแลและการเก็บเกี่ยวยุ่งยากมากขึ้น ดังนั้นเราต้องจัดการด้วยวิธีที่เรียกว่าการทำสาว จะมีประโยชน์และต้องทำอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ - ประโยชน์ของการทำสาว ทรงต้นเกิดความสมดุลระหว่างรากและลำต้น ควบคุมขนาดทรงพุ่ม ให้มีการแตกใบอ่อนอย่างสม่ำเสมอ ลดความรุนแรงของโรค ช่วยให้แสงแดดส่องได้ทั่วถึงทรงพุ่ม การปฏิบัติงานในสวนสะดวกขึ้น เช่น พรวนดิน พ่นสารเคมี และเก็บเกี่ยว ช่วยลดอายุการแก่ของต้น ทำให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาปลูกทดแทนต้นเก่า - วิธีการทำสาว ควรตัดแต่งช่วงฤดูฝน - ให้ตัดแต่งเฉพาะกิ่งแขนงหลัง - ตัดกิ่งให้สูงจากพื้นโคนต้นประมาณ 5 - 2 เมตร - ตัดกิ่งที่มีเส้นผ่านศูนย์การไม่เกิน 4 - 6 นิ้ว - ทาสีที่ใช้ทาบ้านตรงส่วนแผลที่ตัด เพื่อช่วยลดความร้อนจากแสงแดด และยังป้องกันการเข้าทำลายของโรคและแมลง - ประมาณ 1 เดือน หลังจากการทำสาว จะเกิดยอดใหม่ออกมา และปล่อยให้แตกกิ่งใหม่ 3-4 กิ่งรอบต้น - ต้นจะเจริญเติบโตและออกดอกในปี ที่ 2 การตัดแต่งกิ่งหรือการทำสาว นอกจากจะทำให้ใบได้รับแสงอย่างทั่วถึงแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นให้รากมีการเจริญเติบโตมากขึ้น ทำให้มีการดูดน้ำ และธาตุอาหารได้ดีขึ้น มีการแตกกิ่งใบใหม่อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งกิ่งใบที่แตกใหม่นี้ จะเป็นกิ่งที่ออกดอกติดผลในฤดูถัดมา ใบชุดใหม่จะมีการสร้างอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้มีการสะสมอาหารในต้นมากขึ้น และเมื่อต้นได้รับการตัดแต่งที่เหมาะสมแล้วก็ไม่ต้องส่งอาหารไปเลี้ยงกิ่งแก่ และ ใบที่อ่อนแอ ทำให้ต้นแข็งแรง และมีโครงสร้างดี สะดวกต่อการเข้าปฏิบัติงาน ลดการใช้สารเคมี และปุ๋ย จะมีการออกดอก ติดผลกระจายทั่วทรงพุ่ม คุณภาพผลดีทั้งเรื่องขนาดและรสชาติ
22 ตุลาคม 2562
397
ถ้าพูดถึงปัญหาเรื่องดินถือเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเกษตรกร เพราะปัจจัยพื้นฐานในการเพาะปลูกคือดิน...หากดินไม่ดี เปรี้ยวไป เค็มไป หรือว่าจืดเกินไป พืชผักที่ปลูก ไม่ได้ดั่งใจเราแน่นอนหละคะ . เพราะฉะนั้น...จัดนักก็ต้องปรับลด...เพื่อให้เราได้ดินที่ดีพร้อมต่อการเพาะปลูก ดินเค็มจัด (น้ำล้างดิน - ไถพรวน - ใส่วัสดุปรับปรุงดิน) ++ใช้น้ำชะล้างเกลือจากดิน การใช้น้ำสำหรับล้างดินมีทั้งแบบต่อเนื่องและแบบขังน้ำเป็นช่วงเวลา ช่วยปรับฟื้นฟู ทำให้ดินชื้นอยู่เสมอ น้ำใต้ดินถูกดึงขึ้นมาที่ผิวหน้าดิน จะทำให้เกลือถูกดึงขึ้นมาตามผิวดินด้วย ++ไถพรวน ทำการพรวนหน้าดินให้มีความร่วนซุย อากาศและน้ำถ่ายเทได้สะดวกขึ้น ++ใส่วัสดุปรับปรุงดิน นำเศษหญ้า ใบไม้ ฟางข้าว หรือวัสดุธรรมชาติอื่นๆ แต่ถ้าเป็นฟางข้าวจะให้ผลดีที่สุด นำมาปกคลุมดินไว้เพื่อรักษาความชื้นในดินไม่ให้ระเหยออกไป . ดินเปรี้ยวจัด (ให้น้ำขัง - ใช้ปูนขาว) ++ให้น้ำขัง ใช้น้ำชะล้างดินเพื่อล้างกรดทำให้ค่า pH เพิ่มขึ้น โดยวิธีการปล่อยน้ำให้ท่วมขังแปลง แล้วระบายออกประมาณ 2-3 ครั้ง โดยทิ้งช่วงการระบายน้ำประมาณ 1-2 สัปดาห์ต่อครั้ง การใช้น้ำชะล้างความเป็นกรดต้องทำต่อเนื่องและหวังผลในระยะยาว ไม่ใช่ทำเพียง 1-2 ครั้งเท่านั้น ++ใช้ปูนขาว การใช้ปูนผสมคลุกเคล้ากับหน้าดิน ใช้ปูนมาร์ล ปูนขาวหรือโดโลไมต์ หว่านให้ทั่ว 1-4 ตันต่อไร่ แล้วไถแปรหรือพลิกกลบดิน ปริมาณของปูนที่ใช้ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของความเป็นกรดของดิน . ดินจืดจัด (ปลูกพืชหมุนเวียน - ใส่ปุ๋ยบำรุง) ++ปลูกพืชหมุนเวียน พวกตระกูลถั่ว หรืออาจเป็นต้นก้ามปู ปลูกให้ถี่ๆ เพื่อทำให้ต้นก้ามปูตั้งตรงสูง ทิ้งไว้ 10-20 ปี เมื่อตัดต้นก้ามปูไปใช้ประโยชน์อย่างอื่นแล้ว จึงหันมาปลูกมันสำปะหลังใหม่ ++ใส่ปุ๋ยบำรุง ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ โดยโรยปุ๋ยหมัก ปุ๋ยคอก ปุ๋ย กทม. จะต้องใส่ถึง 12 ตันต่อไร่ พร้อมด้วยการเพิ่มปุ๋ยเคมีที่มีโปรแตสสูงๆ เข้าไปด้วย
24 กันยายน 2562
614
"สารพิษที่ปนมากับผักผลไม้ ถ้าสะสมตกค้างในร่างกายเรา จะทำให้เกิดโรค เช่น มะเร็ง และส่งผลต่อพัฒนาการทางสมองของเด็ก ทำให้เด็กมีพัฒนาการช้า และ IQ ต่ำ" "สารเคมีเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายได้อย่างไร" เมื่อมีการใช้เคมีต่อเนื่องซ้ำ ๆ ในปริมาณมาก จะทำให้สะสมในดินจนเกินสภาวะอิ่มตัว เกินกว่าที่สารอินทรีย์ในดินจะดูดซับได้ กระบวนการนี้ทำให้พืชดูดซับสารเคมีเข้าสู่ลำต้น โดยเข้าสู่รากด้วยกลไก Carrier mediated system เป็นการดูดซึมสารเคมีเข้าสู่พืชในรูปแบบของ Active absorption ผ่านเยื่อเมเบรน โดยมีโปรตีน กรดอะมิโน เป็นสารนำพาทำให้เกิดการเคลื่อนย้ายจากรากไปยังเซลล์ต่าง ๆ ของพืช เกิดการสะสม โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถกำจัดสารตกค้างเหล่านั้นออกได้ด้วยการล้าง
17 กันยายน 2562
386
จะออร์แกนิก หรือ ไฮโดรโปนิกส์...ไม่ว่าจะเป็นคนปลูก หรือเป็นคนกิน เราก็เลือกได้นะ --------------------------- ผักออร์แกนิค กับ ผักไฮโดรโปนิกส์ ต่างกันอย่างไร? หลายคนยังเข้าใจผิดระหว่าง ผักออร์แกนิก กับ ผักไฮโดรโปนิกส์ กันอยู่ จากที่เห็นตามร้านที่ขายผักไฮโดรฯส่วนใหญ่ จะบอกว่าเป็นผักปลอดสารพิษ . ผักไฮโดรฯ คือ การปลูกโดยใช้น้ำเป็นองค์ประกอบหลักและใช้สารอาหารสำหรับพืชที่สร้างขึ้นมาด้วยสารสกัดทางเคมี ซึ่งสารอาหารนี้สกัดจากสารเคมี คือ ปุ๋ยเคมีนั่นเองละคะ . ผักไฮโดรฯ ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะปลูก และดูแลอย่างดี ซึ่งก็แน่นอนว่าไม่ใช้ยาฆ่าแมลง เพราะกระบวนการปลูกใช้สารสกัดทางเคมีทำให้เจริญเติบโตดีอยู่แล้ว และมีการปลูกในโรงเรือนแบบปิด จึงไม่จำเป็นต้องใช้ยาฆ่าแมลง ผักไฮโดรฯ นั้น ปลูกง่าย สะดวก สำหรับคนไม่มีพื้นที่ที่เป็นดิน สามารถปลูกได้ตามอาคารบ้านเรือน . ส่วนผักออร์แกนิก คือ ผลผลิตจะได้มาจากการเจริญเติบโตตามธรรมชาติอย่างแท้จริง ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ไม่ใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ดินที่ใช้เพาะปลูกต้องทำให้ปลอดสารพิษไม่น้อยกว่า 3 ปี ผักก็จะปลูกบนดินบ้านๆที่ปลอดสารเคมีใช้ปุ๋ยหมักปุ๋ยคอกจากธรรมชาติในการปลูกเรียกได้ว่าเป็นการสร้างอาหารแบบ Back to Nature ธรรมชาติล้วนๆ 100% ส่วนประกอบทุกอย่างนั้นจึงบริสุทธิ์ผุดผ่อง . เพราะอย่างนี้ผักออร์แกนิกถึงแพง แต่ราคาระหว่างผักออร์แกนิกกับผักไฮโดรฯนั้น ไม่ต่างกันมาก ซึ่งราคาของผักออร์แกนิคจะสูงกว่านิดหน่อยเท่านั้น . เลือกในสิ่งดีต่อตัวเรา...แล้วส่งต่อสิ่งดีดีนั้นให้กับคนอื่นนะคะ ด้วยรักและห่วงใยจากรักบ้านเกิด
9 กันยายน 2562
707
ตำลึง ก็มีเพศนะ... "ตำลึง" ถือเป็นผักที่หาได้ง่าย และมีประโยชน์มาก ถือเป็นผักอันดับต้น ๆ ที่เราเลือกนำมาทำอาหารให้ลูกรัก แต่คุณแม่ทราบไหมว่า "ตำลึง" มีทั้งตัวผู้และตัวเมีย หลายข่าวบอกว่าต้องระวังตำลึงตัวผู้หากนำมาทำอาหารเด็กเล็กจะถ่ายท้อง เรื่องนี้ไม่จริงนะคะ เพราะไม่ว่าจะตัวผู้หรือตัวเมีย สรรพคุณก็เหมือนกันค่ะ... ตำลึงตัวผู้ VS ตำลึงตัวเมีย แยกได้ง่าย ๆ ไปดูกันเลย... ตำลึงตัวเมีย มีกระเปาะเล็กๆ อยู่ใต้ดอก ตำลึงตัวผู้ จะไม่มีกระเปาะอยู่ใต้ดอก ตำลึงมากประโยชน์ ในใบตำลึงมีแคลเซียมสูง บำรุงน้ำนมแม่ ช่วยเรื่องเลือด แก้อาเจียน อีกทั้งยังบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง อ้างอิงจากการค้นคว้าของสถาบันวิจัยโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล พบว่าตำลึงมีเส้นใยอาหารที่สามารถช่วยลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร กินได้ทุกเพศทุกวันนะจ๊ะ
20 สิงหาคม 2562
785
เมื่อพูดถึงพริกขี้หนูคงจะไม่มีใครไม่รู้จักเพราะว่า เป็นวัตถุดิบที่มีการนำมาใช้ทำอาหารได้มากมาย ทั้งน้ำพริก ส้มตำ ยำ แกง รวมไปถึงของทานเล่นอย่างพริกทอด ที่กำลังฮิตอยู่ตอนนี้ แล้วเคยสังเกตไหมว่าเวลาซื้อพริกสดมาทำอาหาร เราเก็บได้นานสุดกี่วัน ฟันธงเลยว่า ไม่เกินอาทิตย์ (อาจจะหมดเพราะกินบ่อย) แล้วถ้าเราเป็นคนกินเผ็ดไม่มาก แต่ก็ชอบกินเรื่อย ๆ อยากจะเก็บไว้กินนาน ๆ เรามีเทคนิคง่าย ๆ ที่จะช่วยให้เก็บได้นานขึ้น เกิน 15 วันเลยทีเดียว ว๊าววว!!!! วิธีการง่ายมาก ให้นำกระดาษทิชชูรองก้นภาชนะที่ต้องการเก็บโดยพับกระดาษทิชชูประมาณ 2-3 ทบ รองให้ทั่วภาชนะบรรจุแล้วนำพริกขี้หนูที่ล้างแล้วใส่ลงไป เก็บใส่ตู้เย็น เพียงเท่านี้ก็สามารถเก็บพริกขี้หนูไว้ใช้ทำอาหารได้นานกว่า 15 วัน เพราะกระดาษทิชชูจะคอยซับน้ำที่ออกมาจากพริกขี้หนูทำให้พริกขี้หนูไม่เน่าเสีย เพียงแต่พริกจะแห้งลงเล็กน้อย รสชาติความเผ็ดยังคงเหมือนเดิม ?. เรื่องง่าย ๆ ที่คุณก็ทำได้ ลองเลย ?.
8 สิงหาคม 2562
843
การเลือกซื้อสินค้าเกษตร อาจจะทำให้หลายๆ คนเกิดความสับสน เพราะมีทั้ง ปลอดภัย ปลอดสาร อินทรีย์ ไฮโดรโพนิกส์ แล้วสินค้าแต่ละประเภทแบบไหนจะดีที่สุดสำหรับเรา...แต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง ไปดูกันค่ะ . (ปลอดภัยจากสารพิษ GAP) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ใช้สารเคมี (ยาฆ่าแมลง ปุ๋ยเคมี ฮอร์โมน เมล็ดพันธ์ุ GMO) แต่ควบคุมปริมาณสารเคมีตกค้างให้อยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้ว่าปลอดภัยต่อการบริโภค . (ไฮโดรโพนิกส์) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ปลูกโดยไม่ใช้ดิน คือปลูกในน้ำที่ให้สารอาหารพืชสังเคราะห์ ทั้งที่เป็นเคมีและสังเคราะห์จากวัตถุดิบที่เป็นอินทรีย์ ซึ่งคนมักเข้าใจผิดว่าเป็นผักอินทรีย์ที่ปลอดภัยต่อการบริโภค แต่พืชที่ธรรมชาติสร้างมาให้โตในดิน เมื่อนำไปปลูกในน้ำและในสภาพแวดล้อมที่ปิด คือ ควบคุมชนิดและปริมาณสารอาหารที่พืชจะได้รับ ทำให้พืชเจริญเติบโตแบบผิดธรรมชาติ ขาดแร่ธาตุสารอาหารที่ควรมีจากการปลูกในดินตามธรรมชาติของพืช ผลผลิตที่ได้จะมีชนิดของสารอาหารที่ร่างกายต้องการเพื่อการมีสุขภาพที่ดีอยู่จำกัดเท่าที่ใส่ให้ในน้ำที่ปลูก และยังเสี่ยงกับปริมาณไนเตรทที่เป็นอันตรายกับร่างกายตกค้างมากกว่าพืชที่ปลูกดินที่ใช้เคมีอีกด้วย . (ปลอดสาร) - ผลผลิตจากระบบเกษตรที่ไม่ใช้ยาฆ่าแมลง ในกระบวนการปลูกแต่ยังคงต้องใช้อย่างอื่น เช่น ปุ๋ย เมล็ดพันธุ์อาจเป็นเมล็ดพันธุ์ตัดแต่งพันธุ์กรรม (GMO) หรือเป็นเมล็ดพันธ์ที่ไม่ใช่อินทรีย์ ระบบการจัดการฟาร์มและกระบวนการปลูกโดยรวมอาจไม่มีการป้องกันการปนเปื้อนสารเคมีอันตราย โดยเฉพาะจากน้ำที่ใช้รด และ/หรือจากลมที่พัดเอาสารเคมีจากแปลงเคมีของข้างเคียงเข้ามาปนเปื้อน . (อินทรีย์) - ผลผลิตจากระบบเกษตรอินทรีย์ที่ได้รับการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์จากหน่วยงานตรวจรับรองที่เชื่อถือได้ ผู้ประกอบการเกษตรอินทรีย์ต้องปฏิบัติตามข้อกำาหนดการตรวจรับรอง ที่ครอบคลุมตั้งแต่ แหล่งที่มาของ เมล็ดพันธุ์และปัจจัยการผลิต (ปุ๋ย อาหารสัตว์ ยาป้องกันและรักษาโรค ฯลฯ) วิธีการใช้ปัจจัยการผลิต วิธีการดูแลรักษา วิธีการป้องกันการปนเปื้อนจากสภาพแวดล้อม ซึ่งรวมถึงแหล่งผลิตแบบเคมีที่อยู่ข้างเคียง ตลอดไปถึงวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิต คัดแยก ทำความสะอาด เก็บรักษาผลิตผล การบรรจุขาย (ภาชนะบรรจุ ฉลากกำกับ) และการจัดการระหว่างขนส่ง . ต่างเยอะเลยใช่ไหมคะ...เพราะในทุกกระบวนการของสินค้าอินทรีย์นั้น มั่นใจได้ว่าปลอดภัยต่อผู้บริโภคอย่างแน่นอน เพราะเกษตรกรต้องใส่ใจในทุกกระบวนการผลิต และเลือกใช้ปัจจัยการผลิตที่ดีมีคุณภาพผ่านการรับรองมาตรฐานที่เชื่อถือได้แล้วว่าปลอดภัยทั้งคนปลูกและคนกิน
23 กรกฎาคม 2562
754
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
22-28°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×