เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
หลังน้ำท่วม...ฟื้นฟู-ดูแล ต้นไม้อย่างไรให้รอด
23 กันยายน 2562
788
เมื่อน้ำเริ่มลดระดับลง สิ่งที่เกษตรกรในหลายพื้นที่ต้องเจอ คือพืชผลทางการเกษตรได้รับความเสียหาย มีบางส่วนที่ต้องตายไป และบางส่วนที่ยังสามารถจะฟื้นฟูกลับมาได้ และหากไม้นั้นเป็นพืชเศรษฐกิจหลักสำคัญ ยิ่งต้องเร่งฟื้นฟูให้กลับมาดังเดิม เพราะไม่อย่างงั้นอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ที่จะตามมา
 
ก่อนอื่น ไปดูก่อนว่า ต้นไม้ที่ต้องเจอกับน้ำท่วมจะมีอาการใดบ้าง

1. รากขาดออกซิเจน เนื่องจากน้ำจะแทรกซึมเข้าไปตามช่องว่างของอากาศที่มีอยู่ในดิน ทำให้ส่งผลต่อการลำเลียงน้ำและแร่ธาตุต่าง ๆ ขึ้นไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของลำต้น
2. ใบเหลือง จะไม่ชัดมากในวันแรก ๆ แต่จะพบชัดเจนมากขึ้นในวันต่อ ๆ มา มักจะเกิดกับใบแก่หรือใบที่อยู่ส่วนโคนของกิ่ง ในแต่ละกิ่งย่อย และเหลืองเข้มมากขึ้น ส่วนอาการซีดเหลืองนั้น มักจะพบในต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมขังต่อเนื่อง และนอกจากนี้ยังพบอาการใบลู่หรือห้อยลงอีกด้วย
3. อาการทิ้งใบ ดอก และผล ต้นไม้ที่ถูกน้ำท่วมจะเกิดสภาวะเครียด ซึ่งความเครียดนั้นจะส่งผลให้ต้นไม้มีการกระตุ้นให้มีการสร้างฮอร์โมนเอทธิลีนในปริมาณที่สูงกว่าปกติมาก ทำให้ต้นไม้ทิ้งดอกและผลก่อน โดยจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงจะเกือบหมดต้น ส่วนการทิ้งใบนั้นมักจะพบในส่วนของใบแก่มากกว่าใบอ่อน แต่ไม้ผลบางชนิดอาจจะไม่แสดงอาการทิ้งใบแต่จะยืนต้นตายทั้งที่มีใบเต็มต้นก็ได้ อย่างเช่น มะม่วง เป็นต้น
4. ต้นไม้จะสร้างรูเปิดขึ้น ซึ่งมักจะสร้างอยู่ตรงกลางส่วนของลำต้นบริเวณเหนือผิวน้ำที่ท่วมขังเพียงเล็กน้อย เพื่อนำออกซิเจนไปเลี้ยงราก ถ้าต้นไม้มีการสร้างรูเปิดมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งทำให้ต้นไม้มีโอกาสรอดมากเท่านั้น


แล้วจะทำอย่างไร เมื่อน้ำเริ่มลด

1. เมื่อระดับน้ำลดแล้ว แต่ดินยังเปียกหรือหมาด ห้ามเดินย่ำผิวดินโดยเด็ดขาด เนื่องจากดินรอบระบบรากยังอิ่มตัวด้วยน้ำ ควรปล่อยให้หน้าดินแห้งก่อน
2. ถ้าต้นไม้ดูอ่อนปวกเปียก ทรงตัวไม่ดี อย่ากดดินให้แน่น ให้หาไม้มาค้ำยันไว้แทน
3. ดินเริ่มหมาดให้ใช้ปุ๋ยทางใบที่มี NPK ในอัตรา 1:1:1 ผสมกับน้ำตาลทราย 1% ฉีดพ่นให้กับต้นไม้ 2-3 ครั้ง ห่างกัน 3 วัน/ครั้ง เพื่อฟื้นคืนสภาพต้นโดยเร็ว และเริ่มสร้างระบบรากที่ต้นไม้อย่างรวดเร็ว
4. การสำรวจควรดูที่ใบ หากเหลือง เหี่ยวเฉา ควรตัดแต่งกิ่งให้โปร่ง เพื่อลดการคายน้ำออก และให้แสงแดดส่องจะได้ไม่เกิดโรคและแมลง
5. พืชคลุมดินส่วนใหญ่จะตายให้ขุดทิ้งให้หมด ส่วนต้นที่พอจะรอดได้ ให้รีบขุดขึ้นมาตัดส่วนที่เน่าออก และนำไปพักฟื้นที่กระถางต้นไม้ชั่วคราวก่อน
6. ในช่วง 5 วันแรก ไม่ควรให้น้ำ หรือปุ๋ย ยาต่าง ๆ แก่ต้นไม้ เมื่อต้นไม้เริ่มฟื้นตัวแล้ว จึงให้น้ำแต่น้อย ๆ แล้วควรให้ปุ๋ยและฮอร์โมน เพื่อเร่งการเจริญเติบโตของราก
7. เมื่อต้นไม้ฟื้นตัวดีแล้วควรปรับพื้นที่ ปรับปรุงดินให้ร่วนซุย เพื่อให้ระบายน้ำได้ดี
8. ปรับปรุงสภาพของดินไม่ให้เหมาะสมต่อการเกิดโรค โดยการโรยปูนขาวหรือโดโลไมท์ เพื่อให้ดินมีสภาพเป็นด่างเล็กน้อย และสำหรับพื้นที่ที่มีปัญหาของโรครากเน่าและโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา หลังจากน้ำลดแล้ว หากพืชยังมีชีวิตอยู่ ให้รีบหาวิธีกำจัดเชื้อรา ไม่ว่าจะเป็นการใช้น้ำหมัก หรือ ไตรโคเดอมาร์ ซึ่งหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เวปไซต์รักบ้านเกิด


เป็นกำลังใจให้กับเกษตรกรไทยทุกท่านนะคะ
สารกระตุ้นทางชีวภาพช่วยป้องกันภาวะพืชเครียดจากน้ำท่วม
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
20-29°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×