เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เปิดแผนแก้ปัญหาน้ำท่วม - ภัยแล้งในไทย...
...แค่เยียวยาหรือสร้างความยั่งยืน...
16 กันยายน 2562
752
" ในขณะที่เราต้องเร่งเยียวยาภัยน้ำท่วม...ภัยแล้งที่ผ่านมาเราก็ยังคงต้องแก้ปัญหากันต่อเช่นกัน
 
จากอิทธิพลของพายุโซนร้อนโพดุล และดีเปรสชั่นคาจิกิ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทยมีกำลังแรง ตั้งแต่วันที่ 29 ส.ค. 62 จนถึงปัจจุบัน ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินสไลด์ในพื้นที่ 32 จังหวัด 166 อำเภอ 748 ตำบล 5,138 หมู่บ้าน 5 เขตเทศบาล 11 ชุมชน ประชาชนได้รับผลกระทบ 335,832 ครัวเรือน ผู้เสียชีวิต 24 ราย ยังคงมีสถานการณ์ในพื้นที่ 8 จังหวัด ได้แก่ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร อำนาจเจริญ ยโสธร อุบลราชธานี ร้อยเอ็ด และศรีสะเกษ ซึ่ง ปภ.ได้ร่วมกับจังหวัด หน่วยทหาร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องระดมสรรพกำลังเร่งให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัย โดยเร่งระบายน้ำออกจากพื้นที่น้ำท่วมขัง รวมถึงดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ประสบภัยเป็นหลัก อีกทั้งสำรวจความเสียหายครอบคลุมทุกด้าน เพื่อให้การช่วยเหลือตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ

ในปี้นี้ประเทศไทยต้องเผชิญทั้งเรื่องของน้ำท่วมรวมถึงปัญหาภัยแล้งอย่างหนัก เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคม - กรกฎาคม ที่ผ่านมา แม่น้ำโขง แม่น้ำนานาชาติ ที่ไหลผ่านหลายประเทศ หล่อเลี้ยงชีวิตคนไทยใน 7 จังหวัด คือ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเลย จังหวัดหนองคาย จังหวัดนครพนม จังหวัดมุกดาหาร จังหวัดอำนาจเจริญ และจังหวัดอุบลราชธานี ลดระดับลงอย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องวันละ 10 - 20 เซนติเมตร ชาวบ้านบอกหนักสุดในรอบ 100 ปี และเชื่อว่านี่เป็นสัญญาณภัยแล้งขั้นวิกฤติแล้วของไทย พื้นที่เกษตรเสียหายสิ้นเชิงแล้ว 8 แสนไร่ เป็นข้าว 6 แสนไร่ พืชผลทางการเกษตร ของเกษตรกรในหลายพื้นที่ในภาคอีสานยืนต้นตาย...อากาศแปรปรวนหนักส่งผลให้คาดการณ์ปริมาณน้ำฝนของกรมอุตุนิยมวิทยาคาดเคลื่อนไปมาก ด้านศูนย์วิจัยกสิกร ระบุความเสียหายเบื้องต้นจากน้ำแล้ง กระทบและสร้างความสูญเสียต่อเศรษฐกิจ 1.5 หมื่นล้าน
จากปัญหาดังกล่าว ทำให้รัฐบาลต้องเร่งหาวิธีแก้ไข อย่างเร่งด่วน ผ่าน 5 มาตรการ ดังนี้

1. ปฏิบัติการฝนหลวง เริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. ถึง 11 ส.ค. 2562 ที่ผ่านมา จำนวน 4,214 เที่ยวบิน และมีจังหวัดที่มีรายงานฝนตกรวม 58 จังหวัด
2. การสำรวจพื้นที่ที่ขาดแคลนน้ำและการสนับสนุนเครื่องจักรเครื่องมือช่วยเหลือประชาชน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยกรมชลประทานสนับสนุนเครื่องสูบน้ำสำหรับพื้นที่นาปี-พืชไร่ จำนวน 214 เครื่อง และสำหรับการอุปโภค-บริโภค 71 เครื่อง
3 .การพิจารณาปรับแผนการระบายน้ำจากแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะที่มีปริมาณน้ำน้อยกว่า 30% ของความจุ สทนช. ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้องวางแผนการระบายน้ำเป็นรายอ่างเก็บน้ำ ทั้งอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลาง ตั้งแต่วันที่ 5 ส.ค. - 31 ต.ค. 2562 ในลักษณะเช่นเดียวกับการปรับลดการระบายน้ำ 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา โดยมีเงื่อนไขคาดการณ์ปริมาณน้ำ เข้าอ่างเก็บน้ำใช้ปีฝนแล้ง และน้ำในเขื่อนปลายฤดูฝนจะต้องไม่น้อยกว่าระดับน้ำ ต่ำสุด
มาตรการที่ 4 และ 5 สทนช. ร่วมกับ กฟผ. กรมชลประทาน กรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน และการประปานครหลวง หารือวางแผนการปรับลดการระบายน้ำจากสี่เขื่อนหลักในลุ่มเจ้าพระยาแบบขั้นบันได เพื่อสำรองปริมาณน้ำไว้ต้นฤดูแล้ง 2562/63 และวางแผนการใช้น้ำจากลุ่มน้ำแม่กลองเพื่อการประปานครหลวง

สำหรับภาคการเกษตรนั้น มีการช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยน้ำท่วม - ภัยแล้ง ตามระเบียบกระทรวงการคลังฯ มีหลักเกณฑ์คือ ต้องเป็นเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนเกษตรกรกับกรมส่งเสริมการเกษตร ก่อนเกิดภัย และช่วยเกษตรกรตามจำนวนพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจริง ทั้งนี้ ไม่เกิน 30 ไร่ อัตราการช่วยเหลือด้านพืช แบ่งเป็น ข้าว อัตราไร่ละ 1,113 บาท พืชไร่ อัตราไร่ละ 1,148 บาท พืชสวนและอื่นๆอัตราไร่ละ 1,690 บาท

"...การเยียวยา...ทำให้เราต้องตั้งคำถามต่อว่า จะสามารถแก้ปัญหาได้อย่างยั่งยืนหรือไม่ และเมื่อเราผ่านพ้นช่วงวิกฤติไปในแต่ละครั้ง ในอนาคตเรายังต้องเผชิญกับปัญหาเดิม ๆ อยู่อีกไหมหรือแก้แล้วมันสามารถจะผ่อนจากหนักให้เป็นเบาลงได้ และท้ายที่สุดแล้วปัญหานี้จะหมดไป..เรื่องนี้คงต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย เพื่อให้เราบริหารจัดการน้ำภายในประเทศได้อย่างยั่งยืนต่อไป "
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
24-32°C
เชียงใหม่
21-29°C
นครราชสีมา
20-29°C
ชลบุรี
25-31°C
นครศรีธรรมราช
25-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×