เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
เกษตรกรวัยเก๋า...พลังสำคัญขับเคลื่อนเกษตรไทย
19 สิงหาคม 2562
971
สังคมไทยก้าวสู่สังคมสูงวัย ในทุกสายอาชีพ ไม่เว้นแม้แต่การเกษตร โดยเกษตรกรที่มีอายุมากกว่า 60 ปี นั้นเพิ่มขึ้นเฉลี่ยเกินกว่า 10 % ทุกปี ในขณะที่เกษตรกรอายุน้อยลดลงถึง 32 % ซึ่งสวนทางกันอย่างเห็นได้ชัด
 
จากงานวิจัยของ Zagata and Sutherland (2015) พบว่า ในกลุ่มประเทศ EU สัดส่วนของแรงงานอายุน้อยในภาคเกษตรลดลงอย่างต่อเนื่องจากร้อยละ 7.6 ในปี ค.ศ. 2003 เหลือเพียงร้อยละ 5.6 ในปี ค.ศ. 2017 ในเอเชียเอง MAFF (2017) พบว่าสัดส่วนของแรงงานสูงอายุในประเทศญี่ปุ่นมีสูงถึงร้อยละ 63.5 ในปี ค.ศ. 2015 Lee (2015) พบว่าเกษตรกรในประเทศเกาหลีใต้ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ยอยู่ในช่วง 70 - 75 ปี และมีหัวหน้าครอบครัวส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ โดยในปี ค.ศ. 2008 เกาหลีใต้มีแรงงานสูงวัยที่อายุมากกว่า 65 ปีสัดส่วนสูงถึงร้อยละ 35 และเจอกับปัญหาการลดลงของแรงงานอายุน้อยอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสูงวัยในต่างประเทศดูแล้วจะมีความรุนแรงมากกว่าบ้านเราด้วยซ้ำ


ถึงอย่างไรก็ตาม เรายังมองว่าเกษตรกรสูงวัยมีจุดเด่นอยู่ที่เรื่องของประสบการณ์และที่สำคัญยังมีทรัพย์สินที่มากกว่าคนรุ่นใหม่ ยังถือเป็นวัยเก๋า วัยที่จะส่งต่อความรู้และมีศักยภาพมากพอที่จะขับเคลื่อนการเกษตรของไทยให้ประสิทธิภาพเพิ่มมากขึ้น
"ยกตัวอย่างเกษตรกรวัยเก๋า ที่ยังคงความเก๋าได้ถึงทุกวันนี้"
อาจารย์ "เชาว์วัช หนูทอง" ปราชญ์เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิด ปี 2554 จากจังหวัดลพบุรี ที่ปัจจุบันได้รับการยกย่องให้เป็นเกษตรกรต้นแบบในหลากหลายแขนง ทั้งทางภาครัฐและเอกชน ทำเกษตรอินทรีย์บนพื้นที่กว่า 200 ไร่ และยังเป็นต้นแบบในการนำวิธีการปลูกข้าวแบบ "นาโยน" มาเผยแพร่ต่อคนรุ่นหลัง จากอาจารย์วิทยาลัยที่ผลันชีวิตสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ ด้วยความที่รักตัวเองและอยากจะส่งต่อความรักนั้นให้กับคนรอบข้างและคนอื่น ๆ และจากความสนใจและชื่นชอบในอาชีพเกษตรกรรมมาตั้งแต่ยังเด็ก จึงนำความรู้ด้านวิศวกรโยธาที่เรียนมา มาปรับใช้ในการทำเกษตร คิด ประดิษฐ์ ประยุกต์ เครื่องทุ่นแรงต่าง ๆ มาใช้ในสวนในไร่ จนกลายเป็นต้นแบบที่ทำให้เกษตรกรรุ่นหลัง ๆ นำไปทำตามหลายอย่าง ทั้งสร้างเครื่องดำนา ที่สามารถทำนาคนเดียวได้สบายๆ กว่า 10 ไร่ เครื่องอัดก๊าซชีวภาพ เพื่อนำพลังงานที่มีอยู่ มาใช้ประโยชน์ให้คุ้มค่า เครื่องทำปุ๋ยอินทรีย์อัดเม็ด และเตาน้ำส้มควันไม้ ทั้งหมดนี้ คือเครื่องมือที่สามารถทำเองได้ง่ายๆ และเป็นคำตอบของการพึ่งพาตัวเอง จนได้ขึ้นชื่อว่าเป็น "วิศวกรชาวนา"
รุ่นใหญ่วัยเกษียณ คุณวิรัตน์ สมัครพงษ์ หรือ ครูรัตน์ อดีตข้าราชการครู เจ้าของเพจ "เกษียณแล้วทำอะไรดีวะ?" แล้วตัวเองก็ได้คำตอบคือ "การทำเกษตร" ครูรัตน์เลือกใช้พื้นที่กว่า 100 ตารางวา ในซอยวิภาวดี 20 กรุงเทพมหานครฯ เพื่อปลูกมะเดื่อฝรั่ง (Fig) ไว้รับประทานเองและจำหน่าย ที่สำคัญขายดิบขายดี จนสามารถคืนทุน 400,000 บาทได้ ภายใน 1 ปีกว่าเท่านั่น?.โอ๊วววววว นี่มันไม่ใช่เล่น ๆ นะคุณ


ครูรัตน์บอกว่า ความสุขที่แท้จริงคือ การได้อยู่กับธรรมชาติ ยิ่งเป็นวัยสูงอายุด้วยแล้ว การทำเกษตรคือ ความสุข ครูจึงต่อยอดพื้นฐานการเกษตรที่มีอยู่เดิมซึ่งเป็นเพียงการปลูกต้นไม้เล็กๆน้อยๆเป็นงานอดิเรก ด้วยการศึกษาและดูงานเพิ่มเติม ก่อนจะลงมือปฏิบัติ เพราะเชื่อว่า "การเรียนรู้ที่ดีที่สุด คือ การเรียนรู้ด้วยการลงมือทำและความถนัดจะมาหลังการทำซ้ำเรื่อยๆเหมือนการขับรถ" ครูบอกอีกว่าคนวัยนี้ก่อนจะเลือกทำอะไรต้องมี 4 ข้อนี้


1. เป็นสิ่งที่เราชอบ
2. ได้สตางค์
3. มีคุณค่ากับผู้อื่น
4. ใช้พื้นที่ที่มีอยู่น้อยให้เกิดประโยชน์และรายได้สูงสุด

ตอนนี้ครูมีทั้งความสุข มีทั้งเงิน และยังได้ทำประโยชน์ให้คนอื่น เด็กรุ่นใหม่ ๆ ก็ได้เข้าไปเรียนรู้วิธีการปลูกมะเดื่อฝรั่ง ครูรัตน์ฝากข้อคิดอย่างหนึ่งถึงคนรุ่นหลังเสมอว่า "ทำในสิ่งที่รัฐไม่ทำ" คืออย่าแห่ปลูกอะไรตาม ๆ กัน จนทำให้ผลผลิตมันล้นตลาด ราคาตก เกษตรกรไทยยุคใหม่ ต้องคิดไว มองไกลและทำไว จึงจะประสบความสำเร็จ
ต้องยอมรับว่า ในอนาคตเกษตรกรไทย ที่เข้าสู่วัยเกษียณจะมีจำนวนมากกว่าเกษตรกรรุ่นใหม่ เพราะปัจจุบัน เรามีเกษตรกรที่อายุเฉลี่ยระหว่าง 35 - 44 ปี อยู่จำนวนมาก คนกลุ่มนี้จะเข้าสู่วัยสูงอายุในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มคนที่มีประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนภาคการเกษตรของไทย และยังอยู่ในวัยที่เรียนรู้ได้ และเข้าถึงเทคโนโลยีต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว ด้วยประสบการณ์ ด้วยการเรียนรู้ รุ่นนี้อาจจะเป็นรุ่นที่พลิกวงการเกษตรไทยให้เติบโตได้มากขึ้นในอนาคต เป็นต้นแบบให้คนรุ่นหลังมองเห็นว่าอาชีพเกษตรกร เป็นอีกหนึ่งอาชีพ ที่เก๋า ที่เก๋ไม่แพ้ใคร และสามารถทำให้คนรุ่นหลังหันมาสานต่ออาชีพนี้ เพื่อร่วมกันพัฒนาการเกษตรไทยต่อไป


แหล่งอ้างอิงข้อมูล :
ขอขอบคุณ : เรียบเรียงเพิ่มเติมจาก https://www.pier.or.th/?abridged=สถานการณ์สูงวัยกับผลิต
    
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-31°C
เชียงใหม่
22-28°C
นครราชสีมา
22-31°C
ชลบุรี
24-30°C
นครศรีธรรมราช
24-28°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×