เรื่องเด็ดเกร็ดเกษตร
ชีวิต...ต้องรอด!!! (ไม่พูดเยอะ เจ็บคอ)
19 กันยายน 2561
2,122
สำหรับใครที่มีพื้นที่น้อย แต่รักสุขภาพ อยากจะปลูกผักไว้กินเอง เพียงแค่เลือกวัสดุปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ที่อยู่อาศัยไว้ปลูกผัก โดยไม่ต้องใช้สารเคมี แค่นี้ก็จะช่วยให้ห่างไกลสารเคมีมากขึ้น
"แอดมีโอกาสได้ฟังธรรมเทศนาในงานสวดพระอภิธรรมศพญาติผู้ใหญ่ที่เสียชีวิตด้วยโรคร้าย อย่างมะเร็ง หลวงพ่อท่านพูดเสมอว่า มนุษย์เรานั้น ที่ตายกันเป็นผักเป็นปลา สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการกิน กินในสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายมากจนเกินไป และเราจะเห็นว่าวัฒนธรรมในการกินของยุคสมัยนี้เปลี่ยนแปลงไปเยอะมาก โดยเฉพาะคนเมือง ที่ชินกับการกินข้าวนอกบ้าน อะไรกินได้ง่ายกินได้เร็วและกำลังฮิตติดรีวิว มันช่างเย้ายวนกระเพาะอาหารยิ่งนัก จนทำให้ลืมไปเลยว่าผลที่จะตามมาระยะยาวนั้นมันคืออะไร และหลายครอบครัวก็ชินกับการซื้ออาหารตามท้องตลาด มากกว่าการเข้าครัวเพื่อทำกับข้าวกินกันเอง แต่ถ้าว่าไป ถึงต่อให้เราทำกับข้าวกินเองในบ้าน หากวัตถุดิบที่ได้มานั้นยังคงสุ่มเสี่ยงต่อสิ่งที่ก่อให้เกิดโทษต่อร่างกายก็คงจะไม่ช่วยให้อะไรดีขึ้นมาได้ บางทีแอดก็ปวดตับกับการใช้ชีวิตในยุคนี้ ที่อยู่ยากขึ้นทุกวัน...

แต่!!!เราจะใช้ชีวิตอย่างไรให้รอดในยุคนี้ เป็นโจทย์ที่อยู่ในใจหลาย ๆ คน เมื่อการกินเป็นสาเหตุสำคัญที่ก่อให้เกิดโรคภัยต่าง ๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นสิ่งแรกที่เราต้องคำนึงถึงให้มากที่สุด บางช่วงเวลาเราอาจจะเลือกได้ไม่มากนัก เป็นความจำเป็นของชีวิตที่ต้องกิน แต่หากมีบางช่วงเวลาที่เราสามารถเลือกได้ เราก็ควรจะใส่ใจและเลือกในสิ่งที่ดีมีประโยชน์และจะไม่ก่อให้เกิดโทษกับเราในอนาคต และสิ่งที่เราพอจะทำได้คือเลือกกินอาหารจากวัตถุดิบที่เป็นอินทรีย์ซึ่งก็หาได้ง่ายตามห้างสรรพสินค้าและซุปเปอร์มาเก็ตชั้นนำทั่วไป แต่!!! (ยุคที่คนมีข้อแม้เยอะขึ้น) หลาย ๆ คนอาจจะมองถึงเรื่องของราคาที่ค่อนข้างจะสูงกว่าอาหารและวัตถุดิบธรรมดาตามท้องตลาด หรือไม่แน่ใจว่าในความเป็นอินทรีย์นั้นจะยังปลอดภัย 100% หรือไม่ แอดมีเรื่องง่าย ๆ ที่หลายคนก็ทำได้มาฝาก นั่นก็คือการ "ปลูกผักพื้นฐาน" ไว้ทานเองที่บ้าน

แล้ว "ผักพื้นฐาน" หรือถ้าเรียกให้คุ้นหูก็ผักสวนครัว ในความหมายของแอดคืออะไร ก็คือผักที่เราจะเห็นกันบ่อย ๆ ในแทบจะทุก ๆ เมนูและเป็นผักที่กินกันเป็นประจำทุกวัน อย่างเช่น ต้นหอม ผักชี พริก ผักสลัดต่าง ๆ ถั่วฝักยาวและแตงกวา เป็นต้น
แต่ละอย่างที่ว่ามาเราต้องกินกันแทบทุกวัน จะดีกว่าไหมถ้าเราปลูกมันได้และมีไว้กินเองในบ้าน


"ผักสวนครัว ปลูกเอง กินเอง สุขภาพก็จะดีเองนะจ๊ะ"
สำหรับคนพื้นที่น้อย รักสุขภาพ อยากจะปลูกผักไว้กินเอง เพียงแค่เลือกวัสดุปลูกที่เหมาะกับพื้นที่ที่อยู่อาศัย อย่างเช่น กระถาง ขวดพลาสติกขนาดใหญ่ ยางรถยนต์ ตะกร้า เข่ง และวัสดุเหลือใช้อื่น ๆ ที่สามารถใส่ดินปลูกได้ เลือกวางในจุดให้แสงแดดส่องถึงและมีอากาศถ่ายเท ที่เอื้อต่อการเจริญเติบโตของต้นพืช และหมั่นรดน้ำ พรวนดิน ใส่ปุ๋ย(อินทรีย์) และใส่ใจ เราก็จะได้ผักสด ๆ ปลอดสารพิษไว้รับประทานเองที่บ้านแล้วหละคะ แล้วผักแต่ละชนิดปลูกยังไง ดูแลแบบไหน ไปดูกันเลย...

"ผักชี"
เริ่มด้วยการนำดินปลูกมาตากให้แห้ง จากนั้นเอาไปผสมกับปุ๋ยคอกที่เตรียมไว้ แล้วนำเมล็ดพันธุ์ผักชีมาบดเบา ๆ ให้แตกออกเป็น 2 ส่วน แช่น้ำไว้ 3 ชั่วโมง นำมาผึ่งลมอีกครั้ง ก่อนคลุกเมล็ดพันธุ์กับทรายและขี้เถ้า แล้วปลูกลงในกระถาง คลุมหน้าดินด้วยฟาง ตามด้วยรดน้ำให้ชุ่มแต่อย่าแฉะเกินไป หลังจากนั้นก็รดน้ำตามปกติ ใช้เวลาประมาณเดือนกว่า ๆ ก็เก็บกินได้แล้วหละคะ

"ต้นหอม"
ให้นำเปลือกถั่วลิสงบดมาผสมกับดินร่วน นำดินใส่ในกระถางปลูก แล้วนำต้นหอมมาตัดตั้งแต่รากขึ้นไปยังลำต้นประมาณ 1.5-2 นิ้ว ให้เหลือท่อนเล็ก ๆ ก่อนปักชำลงในกระถางที่เตรียมไว้รดน้ำวันละ 2 ครั้ง เช้า - เย็น หลังจากใบงอกแข็งแรงแล้ว ให้เปลี่ยนมารดน้ำเพียงวันละ 1 ครั้งก็พอ ประมาณ 1 เดือนก็เก็บไปปรุงอาหารได้แล้วหละคะ

"พริก"
เริ่มจากนำเมล็ดพริกไปแช่น้ำไว้ 1 วัน ผึ่งให้แห้ง ระหว่างรอเมล็ดพริกแห้งก็ไปผสมดินร่วน ทราย และปุ๋ยหมักเพื่อเทลงในกระถางเพาะกล้า จากนั้นหย่อนเมล็ดพริกลงไปปลูกในดิน ดูแลรดน้ำให้ต้นโตสูงประมาณ 6 นิ้ว คัดเลือกเอาต้นกล้าที่แข็งแรงที่สุดไปปลูกในกระถางที่มีดินร่วนปนทรายและปุ๋ยหมัก รดน้ำเช้า - เย็น และตั้งให้โดนแดด พริกจะออกดอกและให้ผลผลิตประมาณ 2-3 เดือน

"แตงกวา"
ใช้ดินร่วนผสมปุ๋ยคอก ในอัตราส่วนที่เท่า ๆ กัน ในกระถางปลูก จากนั้นนำเมล็ดที่สมบูรณ์ลงไปปลูกในกระถาง ประมาณ 4-5 เมล็ด เมื่อต้นเริ่มโตเพียง 5-7 เซนติเมตร ให้เลือกต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงเก็บไว้แล้วถอนต้นที่ไม่สมบูรณ์ทิ้งไป หาไม้หลักมาปักให้ต้นเลื้อย รดน้ำที่โคนต้นให้ชุ่ม นำมาตากแดดวันละ 6 ชั่วโมง และใส่ปุ๋ยบำรุงดิน ประมาณ 40 วันก็สามารถเก็บผลผลิตได้ และจะเก็บได้เรื่อย ๆ อีกประมาณ 1 เดือน

"ถั่วฝักยาว"
เมื่อได้เมล็ดพันธุ์ที่ถูกใจแล้ว เตรียมดินสำหรับปลูก โดยผสมกับแกลบ ดินร่วน ทรายหยาบ และปุ๋ยคอกให้เข้ากัน ส่วนกระถางหรือวัสดุที่ใช้ แนะนำว่าควรมีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง และความลึก 35 เซนติเมตร เท่าๆ กัน โดย 1 กระถางสามารถปลูกถั่วฝักยาวได้ 3 ต้น และเก็บผักสดได้ประมาณ 1 กิโลกรัม เริ่มด้วยการใส่เมล็ดลงในกระถาง จำนวน 5 เมล็ดต่อ 1 กระถาง ควรใส่ให้ลึกจากผิวดินประมาณ 1 นิ้ว และปักไม้ค้ำประมาณ 2 เมตรในกระถาง เหตุผลที่ต้องใส่ถึง 5 เมล็ด เพราะมีกรณีที่ปลูกไปแล้ว ลำต้นไม่สมบูรณ์ที่จะให้ผลผลิต จึงต้องปลูกไว้ 5 ต้นเผื่อตัดทิ้งได้ และอย่าลืมรดน้ำทุกเช้าค่ะ ประมาณ 40 - 50 วัน สามารถเก็บฝักมารับประทานได้ สำหรับถั่วฝักยาวที่เด็ดมาแล้วสามารถเก็บได้อีกประมาณ 20 - 30 วัน แนะนำว่าปลูกไว้ที่ระเบียงคอนโด นอกจากเราจะได้ถั่วฝักยาวสด ๆ ปลอดสารเคมีแล้ว ยังถือเป็นการจัดสวนเล็ก ๆ ที่ระเบียงได้อีกด้วยหละคะ

และสำหรับสายสุขภาพ ควบคุมน้ำหนัก ด้วยการกินผักสลัดเป็นชีวิตจิตใจ แอดแนะนำว่าการปลูกผักสลัดชนิดต่าง ๆ แบบไม่ต้องใช้สารเคมีเลย ก็เป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ เพียงแค่หาอุปกรณ์ให้เหมาะกับพื้นที่บ้านและที่อยู่อาศัย ดูแลง่าย ไม่ยุ่งยาก และรอเก็บผลผลิตไว้เพื่อดูแลสุขภาพของเราเองทุกวัน ก็ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อย

"...เมื่อชีวิตเราต้องเสี่ยงต่อสารเคมีที่มีอยู่รอบกาย หากเลือกได้เราก็ควรจะเลี่ยงเพื่อสุขภาพที่ดีกว่าในวันข้างหน้า...และบอกกับตัวเองว่า ชีวิตนี้เราต้องรอด!!!..."
สุขภาพของเราเราก็ต้องดูแลเอง เรื่องนี้แอดจะไม่พูดเยอะ เจ็บคอ!!!

อุปกรณ์ปลูกผักขนาดเล็กสำหรับคนพื้นที่น้อย

เขียนโดย : ทีมงานรักบ้านเกิดดอทคอม
   
พยากรณ์อากาศ
วันที่ 22 กันยายน พ.ศ.2562
กรุงเทพมหานคร
25-27°C
เชียงใหม่
22-29°C
นครราชสีมา
23-25°C
ชลบุรี
25-26°C
นครศรีธรรมราช
24-30°C
ภูเก็ต
26-28°C
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×