คลิปเกษตร
เกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพ วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงผึ้งในสวนลำไยให้ได้คุณภาพดีมาฝาก โดยคุณพัชณี วงศาฝั้น ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำสวนเพื่อการผลิตและแปรรูปผลผลิตเกษตร จ.ลำพูน ยินดีเผยแพร่วิธีการนี้ผ่านรักบ้านเกิด.คอม เริ่มแรกเกษตรกรควรเลือกสวนผลไม้เช่น ลิ้นจี่,ลำไย,มะม่วง,เป็นต้น และสวนเหล่านั้นควรมีการจัดการดูแลสวนที่ดีที่สำคัญไม่มีการใช้สารกำจัดวัชพืชที่ร้ายแรงตกค้าง จนเป็นอันตรายต่อผึ้งที่จะมาอยู่อาศัย จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี นับว่าเป็นฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงผึ้ง เนื่องจากช่วงนี้ผึ้งจะสามารถหาอาหารหรือน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ได้ดีและช่วยให้ผลิตน้ำผึ้งออกมาได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะผึ้งได้อาหารจากแหล่งรวมของเกสรดอกไม้ ที่กำลังออกดอกในช่วงเวลาดังกล่าว เลี้ยงผึ้งประมาณ 1เดือนเราก็เก็บน้ำหวานได้ และในช่วงที่ไม่มีเกสรดอกได้ เรามีวิธีการผลิตอาหารให้กับผึ้งอีกด้วย เป็นการผลิตอาหารผึ้งมาใช้เองแบบง่ายๆโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลหรือน้ำหวานอื่นๆมาผสม ใช้แทนเกสรดอกไม้ได้ดี
25 มีนาคม 2558
4,684
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
คุณสถาพร ทองทา ผู้เชี่ยวชาญด้านการเพาะเลี้ยงปลาน้ำจืด เจ้าของทรายพูลฟาร์ม ต.ขามป้อม อ.เขมราฐ จ.อุบลราชธานี ร่วมถ่ายทอดความรู้เรื่องของการเลี้ยงปลาหมอเทศในบ่อดิน หรือที่ภาษาชาวบ้านเรียกกันว่า "ปลาหมอแปลงเพศ" วิธีการเลี้ยงจะมีความแตกต่างไปจากการเลี้ยงปลาชนิดอื่นๆ เนื่องจากปลาหมอเทศจะเป็นปลาที่ชอบกระโดด การจัดเตรียมบ่อจึงมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง คุณสถาพรแนะนำการจัดการกับระดับน้ำในบ่อให้ต่ำกว่าตลิ่งอย่างน้อย 1 เมตร โดยจัดทำท่อน้ำล้นให้รอบบ่อเพื่อป้องกันปลากระโดดออก สำหรับอาหารที่ใช้เลี้ยงจะใช้อาหารปลาดุกเล็กสลับกับการเปิดไฟล่อแมลงให้ปลากินในตอนกลางคืนเพื่อลดต้นทุนค่าอาหาร ปลาหมอเทศจัดอยู่ในกลุ่มปลาหมอที่มีขนาดใหญ่ เลี้ยงง่าย โตไว ใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเพียง 5 เดือนก็สามารถจับขายได้ขนาด 5-6 ตัว/กิโลกรัม ซึ่งในปัจจุบันปลาหมอเทศยังมีราคาสูง รสชาติดีเทียบเท่าปลาหมอจากธรรมชาติ เป็นที่นิยมของผู้บริโภคและตลาดยังมีความต้องการสูง
23 มีนาคม 2558
16,235
การเลี้ยงปลา หัวใจสำคัญที่สุดในการบริหารจัดการ ก็คือ น้ำในบ่อต้องดีที่สุด มี อ็อกซิเจนเพียงพอ เพื่อเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันโรคให้กับปลาที่เราเลี้ยง สมบูรณ์ฟาร์มปลา ฟาร์มเลี้ยงปลาช่อนและปลานิล ขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 100 ไร่ ตั้งอยู่ที่ บ้านหนองหญ้าแพรก ต.ดอนหัน อ.เมือง จ.ขอนแก่น มีวิธีการ บำบัดน้ำเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการใช้จุลินทรีย์อีเอ็ม ดังนี้ ใช้จุลินทรีย์อีเอ็ม 1 ลิตร + กากน้ำตาล 1 ลิตร คนให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำสะอาดลงไปในถังอีก 150 ลิตร หมัก 3 วัน นำไปใช้ด้วยการสาดลงไปในบ่อเลี้ยงปลาขนาด 2 ไร่ แต่ใช้เพียง 3 ส่วนของถังหมักเท่านั้น อีก 1 ส่วนที่เหลือเก็บไว้เป็นหัวเชื้อ เติมน้ำลงไปอีก 150 ลิตร หมักต่ออีก 3 วัน แล้วใช้ให้หมด ซึ่งการใช้จุลินทรีย์อีเอ็มในการบำบัดน้ำเสียนี้ จะใช้ผสมเพียง 2 รุ่นเท่านั้น ในการบำบัด เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ทั้งด้านคุณภาพและการป้องกันโรคในบ่อเลี้ยงปลา
18 มีนาคม 2558
7,309
ปัจจุบันเกษตรกรนิยมหันมาเลี้ยงแพะนมกันมากขึ้น แต่ปัญหาหลักที่พบมากก็คือต้นทุนในส่วนของอาหารที่มีราคาแพง โดยเฉพาะอาหารข้น และอาหารที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนสูง จากการสัมภาษณ์คุณสุขกิจ กิตติชนม์ธวัช เกษตรกรผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงแพะนมเกือบ 10 ปี ได้แนะนำถึงวิธีการเพิ่มโปรตีนในอาหารแพะนมจากวัตถุดิบในท้องถิ่นโดยใช้วัตถุดิบดังนี้ 1.ใบกระถินสดสับ 2.ใบปาล์มหมัก 3.กากถั่วเหลือง 4.พรีมิกซ์ มาผสมรวมเป็นมื้อเดียวกันให้แพะนมกินโดยให้เพียงวันละ 2 มื้อ นอกจากจะง่ายต่อการจัดการและลดต้นทุนค่าอาหารได้มากแล้ว ยังช่วยให้แพะเจริญเติบโตได้ดีตั้งแต่เริ่มต้นการเลี้ยงไปจนโตเต็มวัย แพะมีปริมาณน้ำนมเพิ่มขึ้น น้ำนมหอม ด้วยคำจากยืนยันของคุณสุขกิจ กิตติชนม์ธวัช
25 กุมภาพันธ์ 2558
4,903
คุณสไว แก้วเคนมา ผู้เชี่ยวชาญด้านการทำเกษตรอินทรีย์แบบผสมผสาน ร่วมถ่ายทอดเคล็ดลับวิธีการเลี้ยงปลาดุกในกระชังบนบ่อดินเพื่อลดกลิ่นเหม็นสาบคาวในตัวปลา ช่วยให้เนื้อปลาหวานรสชาติดีเหมือนปลาที่จับได้ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่มักจะเลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ หรือในบ่อดิน แต่การเลี้ยงปลาทั้ง 2 รูปแบบจะเจอกับปัญหาปลาจะมีกลิ่นสาบคาวเนื่องจากอาหารตกค้างในบ่อ ในขณะที่การเลี้ยงปลาดุกในกระชังของคุณสไว จะเลี้ยงแบบแขวนกระชังปลาลงในบ่อดิน โดยแขวนกระชังลอยให้สูงจากพื้นบ่อประมาณ 1 เมตร ระยะห่างจากขอบบ่อเล็กน้อย จากนั้นทำการปล่อยปลาดุกลงเลี้ยงในกระชัง แล้วปล่อยปลานิลลงในบ่อดิน ให้อาหารเช้า-เย็น พอให้ปลากินอิ่ม ส่วนมูลปลาดุกที่ถูกขับถ่ายออกมาจะกลายเป็นอาหารปลานิลในบ่อดินไปด้วย อาหารปลาจะไม่ถูกหมักหมมในกระชังซึ่งจะช่วยทำให้กลิ่นสาบคาวปลาดุกหมดไป
20 กุมภาพันธ์ 2558
4,598
19 กุมภาพันธ์ 2558
2,959
คุณสมศักดิ์ เครือวัลย์ ม.8 ต.สองสลึง อ.แกลง จ.ระยอง ปราชญ์เกษตรโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ไร่นาสวนผสม ได้นำเรื่องราวทั้งหมดที่เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว 10 เรื่อง ซึ่งใช้เวลาเรียนรู้ทั้งหมดมาครึ่งชีวิต 25 ปี ได้นำ 1 ใน 10 เรื่องมาแนะนำ เนื่องจากปัจจุบันปัจจัยการผลิตภาคการเกษตรสำคัญที่สุด แต่เกษตรกรไม่สามารถไปหยิบฉวยเอาวิชาการต่างๆมาปฎิบัติตามได้หมด ดังนั้นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกษตรทฤษฎีใหม่ไร่นาสวนผสม จึงนำปัจจัยการผลิตแบบง่ายๆที่อยู่รอบตัวเรามาทำให้เกิดประโยชน์ เช่น ฟาร์มเลี้ยงไก่บางรายที่เลี้ยงแล้วประสบปัญหาขาดทุน จึงเป็นที่มาของการเลี้ยงไก่ได้ปุ๋ยหมัก และได้ไข่เป็นของแถม โดยมีขั้นตอนคือ ออกแบบโรงเรือนเล้าไก่ให้มีหลังคาคลุม แล้วขุดหลุมสำหรับทำปุ๋ยในเล้าไก่ ด้านใดด้านหนึ่งของโรงเรือน พร้อมกับทำนั่งร้านบนหลุม เพื่อให้ไก่ขึ้นไปนอน จากนั้นกวาดใบไม้เข้าหลุม เมื่อกวาดใบไม้เข้าหลุมทุกวัน ไก่ก็จะถ่ายมูลทุกวัน หลังจากนั้นนำน้ำหมักผลไม้ราด 2-3 วัน/ครั้ง ใช้เวลาหมักปุ๋ย 1เดือนหรือ 45 วัน สามารถนำปุ๋ยไปใช้ได้ อัตราการใช้ : ปุ๋ยหมัก 50 กิโลกรัม /ไร่
19 กุมภาพันธ์ 2558
10,362
คลิปเกษตรแนะนำ
คุณสมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาวัย 64 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในบ่อดินธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนประสบผลสำเร็จในพื้นที่บ้านหนองนางขวัญ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำวิธีการทำอาหารปลาที่มีโปรตีนสูงและมีราคาถูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยการเร่งการเจริญเติบให้กับตัวปลาได้เทียบเคียงกับอาหารสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้วัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ รำข้าว 8 กก. ,กากถั่วเหลือง 22 กก. ,ปลาป่น 7 กก. ,น้ำหมักปลา(ปลาเปรี้ยว) 6 กก. , น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีการทำโดยนำส่วนผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดคลุกเค้าให้เข้ากันจนเกิดความเหนียวหนืดแล้วนำอาหารเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเส้น จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(สูตรอาหารแห้ง) หรือให้ปลากินสดๆก็ได้(สูตรอาหารสด) ส่วนการให้อาหาร ปลาเล็กจะเริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ใช้สูตรอาหารสดเช้า-เย็น เมื่อบดเสร็จให้ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้ภาชนะรองแล้วหย่อนลงให้ปลากินได้เลย และเมื่อปลามีอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงให้อาหารแห้งให้วันละครั้ง จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ
23 มกราคม 2560
5,316
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×