คลิปเกษตร
การเลี้ยงปลา เกษตรกรส่วนมากจะมุ่งเน้นไปที่อาหารเพื่อการบำรุงให้ปลาเจริญเติบโตตรงตามขนาดและความต้องการของตลาด แต่ด้วยราคาค่าหัวอาหารปลาที่มีราคาแพงขึ้นมากทุกวัน จนบางครั้งเกษตรกรไม่สามารถรับได้ไหว เช่นเกษตกรท่านนี้ ร.ต.สมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในน้ำกร่อยหนึ่งเดียวในขอนแก่น ที่มีการประยุกต์ปรับตัว และศึกษาข้อมูล นำเอาวัตถุดิบที่มีในท้องตลาดมาผสมจนเกิดเป็นสูตรอาหารปลาโปรตีนสูง แต่ราคาถูกลงเมื่อเทียบกับหัวอาหารเม็ด สามารถลดต้นทุนค่าหัวอาหารไปได้มากถึงกิโลกรัมละ 7-8 บาททีเดียว ในขณะที่มีเปอร์เซ็นต์โปรตีนเทียบเท่ากับท้องตลาดประมาณ 25-26% เมื่อนำมาใช้เลี้ยงกับปลาน้ำกร่อย ช่วยให้ปลาโตเร็ว เนื้อแน่น ไม่มีกลิ่นสาบคาว ที่สำคัญลดต้นทุนและเพิ่มกำไรได้อย่างดี
24 กรกฎาคม 2558
6,895
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
เกษตรกรผู้เลี้ยงแพะโดยเฉพาะแพะนมต้องมีการดูแลแพะให้เติบโตแข็งแรง สมบูรณ์พร้อมในเรื่องสุขภาพที่ดี สารอาหารครบถ้วน ดังเช่นสูตรก้อนอาหารเสริมเพิ่มโปรตีนในแพะจากคุณสุกิจ กิตติชนธวัช โดยใช้วัตถุดิบดังนี้ 1.กากน้ำตาล 3 1/2 กก. 2.ยูเรีย 1/2 กก. 3.กากถั่วเหลือง 4 กก. 4.ปูนซีเมนต์ 1 1/2 กก. 5.เกลือ 2 ขีด 6.พรีมิกซ์ 50 กรัม 7.น้ำหมักสมุนไพร 300 ซีซี. วิธีการทำ เริ่มจากนำกากน้ำตาล+ยูเรีย+เกลือ ผสมรวมกันทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นมาผสมกากถั่วเหลือง+พรีมิกซ์+ปูน ให้เข้ากัน นำไปรวมกับส่วนผสมชุดแรกเคล้ากันให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปเทใส่ภาชนะอะไรก็ได้ให้เป็นก้อนพอประมาณไว้ให้แพะเลียกิน สูตรนี้จะช่วยในการสร้างโปรตีนในแพะสูงถึง 40 เปอร์เซ็นต์ เหมาะที่สุดในช่วงหน้าแล้งไว้ให้แพะกินได้เรื่อยๆโดยการแขวนไว้ให้แพะกินถ้าจะให้มีประสิทธิภาพก็สามารถเพิ่มเติมในส่วนของน้ำหมักสมุนไพรผสมลงไปได้
26 มิถุนายน 2558
2,193
คุณสมหมาย ธรรมกิจ ประธานกลุ่มศูนย์เรียนรู้เศษฐกิจพอเพียงอำเภอรัชฎา หมู่ที่15 ตำบลควนเมา อำเภอรัชฎา จังหวัดตรัง ให้ข้อมูลว่า ในปัจจุบันการเลี้ยงกบของเกษตรกร มักประสบปัญหาในการเลี้ยงกบเพื่อให้สีผิวนั้นตรงกับความต้องการของตลาด ซึ่งที่จริงปัญหานี้ มีเทคนิคแก้ง่าย โดยอาศัยพันธุ์ของกบแต่ละชนิดบวกกับการเลี้ยงแบบธรรมชาติให้มากที่สุด เพื่อป้องกันโรคด้วย การกำหนดสีผิวกบนั้น เรากำหนดได้เองเพราะสีของกบตลาดจะนิยมกบสีเผือกมาก ราคาดี มีพ่อค้าแม่ค้าสั่งเยอะ จึงแนะนำเทคนิคการการกำหนดสีผิวของกบเพื่อให้ตรงกับความต้องการตลาด มาฝากเกษตรกรผู้เลี้ยงกบกัน
15 มิถุนายน 2558
5,089
ในช่วงนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงปลากระชัง หรือเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในบ่อซีเมนต์ มักจะประสบปัญหาปลาช็อคน้ำหรือน็อคน้ำ เนื่องจากสภาพอากาศที่ร้อน และมีฝนตกต่อเนื่อง อากาศปิด ส่งผลทำให้ปลาตาย แต่สำหรับคุณบุญชิด สมัตถะ ปราชญ์เกษตรกรบ้านท่าแจ้ง ตำบลหนองแวง อำเภอหนองบัวแดง จังหวัดชัยภูมิ ได้แนะนำวิธีการแก้ปัญหาปลาช็อคน้ำ ในช่วงที่อากาศปิด ซึ่งจะช่วยให้ปลาที่เลี้ยงรอดพ้นวิกฤติ ด้วยเทคนิคการใช้ต้นกล้วย ป้องกันปลาช็อคน้ำ ในช่วงหน้าฝน ด้วยวิธีการทำ ดังนี้ เพียงนำต้นกล้วย 1 ตัน ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 5-6 นิ้ว ตัดเป็นท่อนๆ ยาวประมาณ 30-40 ซม.จากนั้นให้ฉีกเป็นกาบกล้วย ใส่ลงในบ่อเลี้ยงปลา เทคนิคนี้จะช่วยป้องกันปัญหาปลาช็อคน้ำหรือน็อคน้ำได้
11 มิถุนายน 2558
3,632
หากเกษตรกรมีพื้นที่จำกัดสำหรับทำการเกษตรและต้องการเลี้ยงกบเพื่อบริโภคในครัวเรือน คงเป็นเรื่องยากหากต้องสร้างบ่อสำหรับเลี้ยงตามความต้องการ แต่สำหรับคุณมนูญ วงศ์อรินทร์ ปราชญ์ชาวบ้านแห่งศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงประจำต.แม่หล่าย อ.เมือง จ.แพร่ ได้กล่าวว่า การเลี้ยงกบ ไม่ใช่เรื่องยากเพียงแค่มีขวดน้ำพลาสติกก็สามารถเลี้ยงกบได้แล้ว อีกทั้งยังสามารถดูแลจัดการได้ง่ายและสะดวกอีกด้วย ซึ่งการเลี้ยงกบในขวดพลาสติกที่นี่ต่างจากการเลี้ยงของปราชญ์เกษตรกรอื่นๆทั่วไป มีวิธีที่น่าสนใจที่คุณมนูญยินดีบอกต่อสำหรับเกษตรกรทุกคน
15 พฤษภาคม 2558
4,650
คุณสุรศักด์ บุปผาชาติ เกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงไก่แจ้ไทยและไก่แจ้สากล บ้านมาบตอง ตำบลหนองละลอก อำเภอบ้านค่าย จังหวัดระยอง ให้ข้อมูลเรื่องการเลี้ยงไก่แจ้ให้สวยงามและมีคุณภาพ โดยพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ไก่แจ้จะต้องเป็นไก่แจ้ที่มีคุณภาพดีและแข็งแรง ราคาจำหน่ายจะมีราคาสูงไม่ว่าจะนำมาเลี้ยงขายพ่อพันธุ์แม่พันธุ์หรือเลี้ยงเพื่อประกวดความสวยงามก็ตาม โดยจะแบ่งไก่แจ้เป็นสองประเภท คือ ไก่แจ้ของไทยและไก่แจ้สากล การเพาะเลี้ยงไก่แจ้มีวิธีการเลี้ยงแบบง่าย ๆ แต่ต้องทำความสะอาดและให้อาหารวันละครั้งด้วยหัวอาหารไก่ ไก่แจ้ที่เพาะเลี้ยงสามารถจำหน่ายได้หลังไก่มีอายุประมาณ 2 เดือนขึ้นไป โดยลูกไก่จะสามารถจับขายได้ถึงตัวละ 500 บาท ส่วนพ่อพันธุ์และแม่พันธุ์จะมีราคาถึงคู่ละ 5,000 - 10,000 บาท หรือตัวละ 2,000-5,000 บาท ขึ้นอยู่กับความสวยงามของตัวไก่แจ้เอง ผู้เลี้ยงควรมีความรู้และความเข้าใจถึงอาการป่วยและวิธีการรักษาไก่แจ้ซึ่งสามารถรักษาด้วยยารักษาโรคทั่วไปได้ตามปกติ
10 เมษายน 2558
7,042
เกษตรกรที่สนใจอยากเลี้ยงผึ้งเป็นอาชีพ วันนี้เรามีวิธีการเลี้ยงผึ้งในสวนลำไยให้ได้คุณภาพดีมาฝาก โดยคุณพัชณี วงศาฝั้น ประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มทำสวนเพื่อการผลิตและแปรรูปผลผลิตเกษตร จ.ลำพูน ยินดีเผยแพร่วิธีการนี้ผ่านรักบ้านเกิด.คอม เริ่มแรกเกษตรกรควรเลือกสวนผลไม้เช่น ลิ้นจี่,ลำไย,มะม่วง,เป็นต้น และสวนเหล่านั้นควรมีการจัดการดูแลสวนที่ดีที่สำคัญไม่มีการใช้สารกำจัดวัชพืชที่ร้ายแรงตกค้าง จนเป็นอันตรายต่อผึ้งที่จะมาอยู่อาศัย จากนั้นในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคมของทุกปี นับว่าเป็นฤดูกาลที่เหมาะสำหรับการเลี้ยงผึ้ง เนื่องจากช่วงนี้ผึ้งจะสามารถหาอาหารหรือน้ำหวานจากเกสรดอกไม้ได้ดีและช่วยให้ผลิตน้ำผึ้งออกมาได้อย่างมีคุณภาพมากยิ่งขึ้น เพราะผึ้งได้อาหารจากแหล่งรวมของเกสรดอกไม้ ที่กำลังออกดอกในช่วงเวลาดังกล่าว เลี้ยงผึ้งประมาณ 1เดือนเราก็เก็บน้ำหวานได้ และในช่วงที่ไม่มีเกสรดอกได้ เรามีวิธีการผลิตอาหารให้กับผึ้งอีกด้วย เป็นการผลิตอาหารผึ้งมาใช้เองแบบง่ายๆโดยไม่ต้องพึ่งน้ำตาลหรือน้ำหวานอื่นๆมาผสม ใช้แทนเกสรดอกไม้ได้ดี
25 มีนาคม 2558
4,684
คลิปเกษตรแนะนำ
คุณสมพงษ์ ไชยสง เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาวัย 64 ปี ที่หันมาประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในบ่อดินธรรมชาติมานานกว่า 10 ปี จนประสบผลสำเร็จในพื้นที่บ้านหนองนางขวัญ ตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น ได้ให้คำแนะนำวิธีการทำอาหารปลาที่มีโปรตีนสูงและมีราคาถูก อีกทั้งยังมีส่วนช่วยการเร่งการเจริญเติบให้กับตัวปลาได้เทียบเคียงกับอาหารสำเร็จรูปที่มีจำหน่ายตามท้องตลาดทั่วไป โดยใช้วัตถุดิบส่วนผสม ได้แก่ รำข้าว 8 กก. ,กากถั่วเหลือง 22 กก. ,ปลาป่น 7 กก. ,น้ำหมักปลา(ปลาเปรี้ยว) 6 กก. , น้ำเปล่า 3 ลิตร วิธีการทำโดยนำส่วนผสมตามอัตราส่วนที่กำหนดคลุกเค้าให้เข้ากันจนเกิดความเหนียวหนืดแล้วนำอาหารเข้าเครื่องบดให้ออกมาเป็นเส้น จากนั้นนำไปตากแดดให้แห้ง(สูตรอาหารแห้ง) หรือให้ปลากินสดๆก็ได้(สูตรอาหารสด) ส่วนการให้อาหาร ปลาเล็กจะเริ่มเลี้ยงจนปลามีอายุ 1 เดือน ใช้สูตรอาหารสดเช้า-เย็น เมื่อบดเสร็จให้ปั้นเป็นก้อนกลมๆใช้ภาชนะรองแล้วหย่อนลงให้ปลากินได้เลย และเมื่อปลามีอายุ 1 เดือนขึ้นไป จึงให้อาหารแห้งให้วันละครั้ง จะใช้เวลาเลี้ยงปลาประมาณ 7-8 เดือน ก็สามารถจับขายได้ตามขนาดที่ตลาดต้องการ
23 มกราคม 2560
5,316
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×