คลิปเกษตร
คุณสุกัญญา เจริญพร ผู้ก่อตั้งโรงเรียนชาวนาอาณาจักรโยนกล้านา(โรงเรียนชาวนาป่าสักน้อย) ต.ป่าสักน้อย อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ซึ่งได้เผยสูตรฮอร์โมนเร่งยาว ที่เหมาะสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกผักตระกูลแตงและถั่วฝักยาว ด้วยวิธีการทำตามวัตถุดิบที่มีดังต่อไปนี้ ฮอร์โมนเร่งยาวสำหรับพืช วัตถุดิบที่ต้องเตรียมดังนี้ -แกนกล้วย(หลังตัดเครือแล้ว)3 กิโลกรัม -กากน้ำตาล 1กิโลกรัม วิธีการทำ -นำแกนกล้วยที่ได้มา หั่น,สับ,ตำให้ละเอียดก่อนที่จะนำลงถังหมัก -เทกากน้ำตาลลงผสมในถังหมักคนให้เข้ากัน หมักไว้14วัน กรองเอาน้ำมาใช้ได้ ประโยชน์ -ช่วยเร่งพืชผักให้มีความยาว สมบูรณ์
21 มกราคม 2558
2,015
คลิปเกษตรใหม่ล่าสุด
คุณจำรัส โกมล เกษตรกร ต.บางกระบือ อ.เมือง จ.สิงห์บุรี ชาวนาที่เน้นการทำนาแบบปลอดสาร ได้ให้เกียรติกับทีมงานรักบ้านเกิดบอกเล่าเรื่องราวของชีวิตการทำนาและยังฝากสูตรการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพจากรำหยาบและสารเร่ง พด.2 ซึ่งวัสดุทั้งสอง สามารถหาง่ายในชุมชน เกษตรกรทำได้จริงและเห็นผลจริง ซึ่งน้ำหมักชีวภาพจากรำหยาบและสาร พด.2 สิ่งนี้จะมีประสิทธิภาพช่วยในการบำรุงดินได้อย่างดี ช่วยให้ดินมีความร่วนซุย รากพืชสามารถดูดสารอาหารต่างไปใช้งานได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งเป็นการใช้วัตถุดิบที่มีในธรรมชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ต้นทุนต่ำและปลอดภัยจากสารเคมี
21 มกราคม 2558
2,816
21 มกราคม 2558
1,844
คุณคำใหม่ บริบาล หมอดินอาสาประจำอำเภอราศีไศล เจ้าของศูนย์เรียนรู้การพัฒนาที่ดินตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ต.ไผ่ อ.ราษีไศล จ.ศรีสะเกษ ให้คำแนะนำวิธีการผลิตน้ำหมักชีวภาพจากสมุนไพรที่ใช้สำหรับป้องกันและกำจัดแมลงในนาข้าว โดยนำสมุนไพร ได้แก่ หนอนตายหยาก ขมิ้นชัน ข่าลิง(เอื้อง) ตะไคร้หอม ทุกอย่างรวมกัน 10 กก. นำมาสับให้เป็นชิ้นเล็กๆ คลุกเคล้ากับกากน้ำตาล 10 ลิตรในถังหมัก นำสารเร่ง พด.7(กรมพัฒนาที่ดิน)คนละลายกับน้ำ 20 ลิตร นาน 5-10 นาที แล้วเทผสมคลุกเคล้าให้เข้ากันกับสมุนไพรในถังหมัก ปิดฝาถังหมักให้สนิท ตั้งเก็บไว้ในที่ร่มนาน 21 วัน จะได้หัวเชื้อน้ำหมักสมุนไพรที่สามารถนำไปใช้ป้องกันและกำจัดแมลงศัตรูข้าว อาทิ หนอนกระทู้ เพลี้ยไฟ เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล ฯลฯ ได้เป็นอย่างดี โดยนำน้ำหมัก 50 ซีซี. ผสมน้ำเปล่า 20 ลิตร ฉีดพ่นในนาข้าวอย่างน้อย 7-15 วัน/ครั้ง หรือฉีดพ่นทุกครั้งเมื่อพบการระบาด
21 มกราคม 2558
2,427
คุณไพรัตน์ ชื่นศรี เกษตรกรสำนึกรักบ้านเกิดจังหวัดบุรีรัมย์ ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญการทำเกษตรผสมผสาน ปลูกไม้ป่า ยางนา เลี้ยงเป็ด,ปลา,ไส้เดือน,หมู,ไก่,วัว จนประสบความสำเร็จ โดยเน้นแบบอินทรีย์ พร้อมทั้งองค์ความรู้ในการทำน้ำหมัก มูลสุกร 24 ชั่วโมง ด้วยวิธีการนำมูลสุกรเทลงไปในตาข่ายเขียว หลังจากนั้นนำเชือกมามัดตาข่ายไว้ให้แน่น เทน้ำลงในถังสำหรับหมัก แล้วนำมูลสุกรที่อยู่ในตาข่ายเขียวที่มัดแน่นแล้วแช่ทิ้งไว้ ปิดฝาถังหมัก โดยหมักทิ้งไว้เป็นเวลา 24 ชั่วโมง หลังจากหมักได้ที่แล้วก็สามารถนำไปใช้ได้ทันที ให้เอาน้ำหมักจำนวน 1 ลิตร ผสมกับน้ำ 10 ลิตร แล้วนำไปรด พืชผักผลไม้ได้ทุกชนิด โดยรดในช่วงเวลาเช้า หรือเย็น สัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะช่วยเร่งยอด ทำให้ผักผลไม้กรอบ มีผลผลิตที่ดี มีคุณภาพ
21 มกราคม 2558
2,368
คุณจงกล จั่นโต เกษตรกรที่ทำอาชีพเกษตรหลากหลาย ทั้งข้าวและพืชผัก และเน้นการทำการเกษตรแบบปลอดสารพิษ ซึ่งได้นำเรื่องการใช้สารชีวภาพมาใช้ ทำให้ลดต้นทุนเรื่องยาฆ่าแมลง ปุ๋ย อีกทั้งยังมีความปลอดภัยต่อตัวเกษตรกรเองและผู้บริโภคอีกด้วย อย่างที่จะนำมาแนะนำนี้ คือน้ำหมักเปลือกมังคุด ซึ่งสามารถป้องกันเชื้อราในเมล็ดข้าวและพืชผักต่างๆ สาเหตุของโรคข้าวต่างๆได้ดีทีเดียว โดยการใช้เปลือกมังคุด 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม สาร พด.2 จำนวน 1 ซอง และน้ำเปล่าใส่พอท่วม นำส่วนผสมทั้งหมดหมักไว้ในถังหมัก 3 เดือนก็สามารถนำมาใช้ได้ ถ้าเป็นเมล็ดข้าวก็ให้แช่เมล็ดในน้ำหมัก 1 คืน ก็จะเป็นการป้องกันการเกิดเชื้อราได้ ส่วนในพืชผักสวนครัว ก็สามารถตักน้ำหมักเปลือกมังคุดรดในแปลงผัก เพื่อป้องกันโรคต่างๆได้
21 มกราคม 2558
3,544
วันนี้ทีมงานรักบ้านเกิด อยากนำพาท่านผู้ชมไปพบกับเกษตรกรผู้รักสุขภาพ คุณจงกล จั่นโต เกษตรกรผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการทำน้ำหมักชีวภาพ และยังทำนาข้าวปลอดสารพิษ โดยน้ำหมักที่จะนำมาแนะนำในวันนี้คือ น้ำหมักเปลือกสัปะรด สามารถนำไปย่อยสลายตอซังข้าวให้เป็นปุ๋ยในนาข้าว โดยไม่ต้องเผาฟางข้าวทิ้ง ซึ่งน้ำหมักชนิดนี้ก็สามารถหาวัสดุได้ง่ายๆภายในชุมชน โดยใช้เปลือกสับปะรด 3 กิโลกรัม กากน้ำตาล 1 กิโลกรัม น้ำเปล่า 5 ลิตร และสารพด.2 น้ำส่วนผสมทั้งหมดมาหมักในถังหมักประมาณ 3 เดือน ก็สามารถนำมาใช้ได้โดยการนำน้ำหมัก 5 ลิตร ต่อ 1 ไร่ ใส่พร้อมกับน้ำที่จะปล่อยเอานาข้าว โดยใช้เวลาในการย่อยสลายประมาณ 7 - 10 วัน ตอซังข้าวในนาก็จะสลายการเป็นปุ๋ยได้อีกด้วย
21 มกราคม 2558
2,790
คลิปเกษตรแนะนำ
Your browser is out-of-date!

Update your browser to view this website correctly.Update my browser now

×